Healthy – Look 4 Thailand
Look for Wellness of Secret of Life (Body, Mind, Spirit)

Archive for April, 2009

30
Apr

Health News – รายงานข่าวล่าสุดไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก

Posted in Health News  by admin

โครงการพัฒนาการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน
สถานการณ์ไวรัสไข้หวัด A/H1N1 ไข้หวัดเม็กซิโก

หวัดมรณะ สายพันธุ์ใหม่ จากเม็กซิโก

     
     จากข่าวที่ดังไปทั่วโลกที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ กับไข้หวัดมรณะ ที่เกิดในในภูมิภาค ลาตินอเมริกา ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนในประเทศเม็กซิโก  ไปถึง 159 คน และอีก 2 คนในอเมริกา (ข้อมูล ณ วันที่ 29 เมษายน 52) ซึ่งพบผู้ติดเชื้อชนิดนี้อีกหลายพันคนในเม็กซิโก ล่าสุดองค์การอนามัยโลก ได้เพิ่มระดับความรุนแรง ของโรคไข้หวัดชนิดนี้เป็นระดับ 4 จาก 6 ระดับ ซึ่งสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้  ทำให้เกรงกันว่าจะย้อนรอยเหมือนไข้หวัดสเปน ซึ่งคร่าชีวิตมนุษย์ไปหลายสิบล้านคน หรือไข้หวัดนก ซึ่งได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ที่เกิดขึ้นมาแล้ว

     ไวรัส เป็นศัพท์จากภาษาลาตินแปลว่า พิษ ในตำราชีววิทยาเก่าของไทยคำว่าไวรัสอาจเรียกว่า วิสา อันเป็นการทับศัพท์ในยุคแรกจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า พิษ เช่นเดียวกัน ปัจจุบันคำว่า ไวรัส หมายถึงจุลินทรีย์ที่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ ทั้งในมนุษย์, สัตว์, พืช และ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตมีเซลล์ ทำให้เกิดโรคที่ส่งผลกระทบกว้างขวาง จึงมีความสำคัญที่จะต้องศึกษาทั้งในทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจ ไวรัสเป็นปรสิตอยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่สามารถเติบโตหรือแพร่พันธุ์นอกเซลล์อื่นได้ ไวรัสอาจถือได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ที่มีลักษณะของการเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงประการเดียวคือสามารถแพร่พันธุ์ได้ อย่างไรก็ตามไวรัสไม่ใช่จุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ยังมีจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กกว่าไวรัสคือ ไวรอยด์ (viroid) และ พริออน (prion) ไวรัสชนิดแรกที่ค้นพบคือไวรัสใบยาสูบด่าง ซึ่งค้นพบโดยมาร์ตินัส ไบเยอรินิค ใน ค.ศ. 1899
   
     เชื้อไวรัสถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากการดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ธรรมดาแม้ว่าจะมีกำลังขยายถึง 100 เท่าก็ตาม เชื้อไวรัสต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศอิเลคตรอน ซึ่งมีกำลังขยายตั้งแต่ 5,000 เท่าขึ้นไป จึงจะทำให้มองเห็นได้  เชื้อไวรัสสามารถที่จะแบ่งตัว ขยายจำนวนได้ในเซลล์ของร่างกายคนเรา โดยเซลล์ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ อาจถูกทำลายไป หรืออาจถูกรุกราน ทำให้เซลล์นั้นทำงานได้ไม่เหมือนปกติ ก่อให้เกิดอาการของโรคต่างๆ ได้ อาการและโรคบางชนิดที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ อาการไอหรือไข้ในเด็กเป็นต้น นอกจากนี้โรคฮิตในปัจจุบันก็คือ โรคเอดส์ก็มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งเช่นกัน

 
ลักษณะของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

1. มีรูปร่างหลายแบบ เช่น กลม หรือเป็นสายยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 100 นาโนเมตร แต่พวกที่เป็นสายยาวอาจมีความยาวหลายไมโครเมตร


วงจรการติดต่อข้ามชนิดสัตว์
 ตามปกติเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ปีกจะพบ H1-H15 และ N1-9 ซึ่ง H และ N สามารถจับคู่ผสมกัน แต่ชนิดที่ก่อให้เกิดโรคค่อนข้างจะจำกัดอยู่ในกลุ่มของ H5 และ H7

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเจ้าเชื้อไวรัสชนิดนี้กันก่อน

     โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส จะไม่มียารักษาโดยเฉพาะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นโรคบางโรคที่ทำให้เกิดอาการไม่ร้ายแรง ก็อาจหายไปได้เอง เพียงแต่รักษาตามอาการที่มีอยู่ มีการพักผ่อนที่เพียงพอ แต่โรคบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการร้ายแรง เช่น โรคเอดส์ ก็ยาวที่จะทำให้หายไปได้ เพราะยังไม่มียาที่จะไปฆ่าเชื้อไวรัสเหล่านั้นได้

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ A, B และ C

1. ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A ก่อให้เกิดการติดเชื้อในมนุษย์และสัตว์หลายชนิด เช่น ม้า สุกร นก ไก่ เป็นต้น โรคไข้หวัดใหญ่ที่พบในมนุษย์มีสาเหตุเกิดจาก type A ประมาณร้อยละ 80 นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของการระบาดใหญ่ทั่วโลกด้วย ที่สำคัญ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A มีการเปลี่ยนแปลงแอนติเจนของฮีแมกกลูตินินและนิวรามินิเดสไปจากเดิมมากจนกระทั่งเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ขึ้นอยู่เรื่อยๆ

2. ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B เป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบรองลงมาจาก type A ก่อการติดเชื้อเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น มักพบในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B มีการเปลี่ยนแปลงแอนติเจนของฮีแมกกลูตินินเช่นกัน แต่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากพอที่จะจัดเป็นสายพันธุ์ใหม่

3. ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด C พบว่ามีรายงานการติดเชื้อในมนุษย์และสุกร แต่ไม่ค่อยมีความสำคัญ มนุษย์ติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ หรือแสดงอาการอย่างอ่อน คุณสมบัติของไวรัสชนิดนี้ค่อนข้างแตกต่างไปจาก type A และ B

แอนติเจนของไวรัสไข้หวัดใหญ่

1. ฮีแมกกลูตินิน (hemagglutinin, H) ทำหน้าที่ในการจับกับโปรตีนตัวรับบนผิวเซลล์ ทำให้ไวรัสสามารถเข้าสู่เซลล์ได้ โปรตีนตัวรับพบได้ในเมือกที่ปกคลุมทางเดินหายใจ และพบบนผิวเม็ดเลือดแดงด้วย ฮีแมกกลูตินินมีคุณสมบัติในการทำให้เม็ดเลือดแดงของมนุษย์หมู่เลือดโอและสัตว์บางชนิด เช่น ไก่ และหนูตะเภา เกิดปฏิกิริยาเกาะกลุ่ม ซึ่งคุณสมบัตินี้นำมาใช้ตรวจหาไวรัสได้ ฮีแมกกลูตินินของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ type A แบ่งออกเป็น 15 subtypes คือ H1, H2, H3… H15 ทั้ง 15 subtypes พบได้ในนก แต่เชื้อที่พบในมนุษย์ในปัจจุบันมีอยู่ 3 subtypes คือ H1, H2, และ H3 ส่วน subtypes อื่นๆ มีการติดเชื้อในสัตว์ต่างๆ กัน เช่น สุกร ม้า แมวน้ำ และปลาวาฬ ส่วนเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B และ C ยังไม่มีการแบ่งฮีแมกกลูตินินออกเป็น subtype

2. นิวรามินิเดส (neuraminidase, N) เป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยไกลโคโปรตีนซึ่งเป็นตัวรับบนผิวเซลล์ ทำให้ไวรัสหลุดเป็นอิสระจากเซลล์ เนื่องจากโมเลกุลของไกลโคโปรตีนนี้พบได้ในเมือกที่ปกคลุมทางเดินหายใจด้วย ทำให้ไวรัสถูกดักจับติดกับเมือกได้เมื่อเมือกจับไวรัสไว้ ไวรัสจะใช้เอนไซม์นี้ย่อยทำให้เมือกใสขึ้น ไวรัสจึงหลุดออกไปบุกรุกเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจที่อยู่ลึกลงไป ในปัจจุบันนี้ นิวรามินิเดสของเชื้อไข้หวัดใหญ่ type A แบ่งออกเป็น 9 subtypes ด้วยกัน คือจาก N1, N2, N3… N9 โดยเชื้อที่พบในมนุษย์เป็น N1 และ N2 ส่วนเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B และ C ยังไม่มีการแบ่งนิวรามินิเดสออกเป็น subtypeสายพันธุกรรมเป็น RNA สายเดี่ยวมี polarity เป็นลบ และแยกเป็นชิ้น โดย types A และ B มี 8 ชิ้น ส่วน type C มี 7 ชิ้น

3. ชั้นนอกของไวรัสเป็นเปลือกหุ้ม ซึ่งเป็นส่วนประกอบของไขมัน และไกลโคโปรตีน บนเปลือกหุ้ม มี spikes สองชนิดคือฮีแมกกลูตินิน ซึ่งมีรูปร่างเป็นแท่ง และนิวรามินิเดส ซึ่งมีรูปร่างเหมือนดอกเห็ด spikes 2 ชนิด รวมกันมีจำนวนประมาณ 500 ก้าน จำนวนของ H : N มีอัตราส่วนประมาณ 4-5: 1

4. ไวรัสไข้หวัดใหญ่มี transcription และ genome replication เกิดขึ้นในนิวเคลียส ซึ่งแตกต่างจาก RNA viruses ทั่วไป ที่มีการเพิ่มจำนวนในไซโตพลาสซึมเท่านั้น

5. ถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน ไม่ทนต่อความแห้ง ถูกทำลายได้ง่ายโดยน้ำยาฆ่าเชื้อซึ่งเป็นสารเคมีชนิดต่างๆ ที่ใช้กันแอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

6. เชื้อไวรัสสามารถคงอยู่ได้นานในสิ่งขับถ่าย และสิ่งคัดหลั่ง เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำตา น้ำลาย และเสมหะ

7. สามารถเปลี่ยนแปลงแอนติเจนได้ง่าย โดยการเปลี่ยนแปลงแอนติเจนเพียงเล็กน้อย หรือมีการเปลี่ยนยีนในกรณีที่เซลล์มีการติดเชื้อ 2 subtypes ที่แตกต่างกัน กลายเป็น subtype ใหม่ ซึ่งทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาได้ และเป็นสาเหตุที่ก่อระบาดวิทยาใหญ่ทั่วโลกบ่อยกว่าไวรัสอื่น

(อ่านต่อ เรื่องไข้หวัดใหญ่เม็กซีโก)

Read the rest of this entry »

Tags: , , , , ,

30
Apr

Health New – ไข้หวัดเม็กซิโก (ไข้หวัดหมู)

Posted in Health Reviews  by admin

02062_002maxiga
ไข้หวัดหมู หรือ ไข้หวัดเม็กซิโก

ไข้หวัดหมู หรือ ไข้หวัดเม็กซิโกคืออะไร

ไข้หวัดหมู เป็นไวรัสสายพันธ์ใหม่ที่เกิดจากการกลายพันธุ์ หรือมีพันธุกรรมของไวรัสร้ายแรง 3 สายพันธุ์ คือ ไวรัสไข้หวัดนก ไวรัสไข้หวัดหมู ไวรัสไข้หวัดคน ผสมผสานกลายกันเป็นไวรัสไข้หวัดหมูที่ก่อโรคในมนุษย์ (ปัจจุบันได้กำหนดให้เป็น ไข้หวัดเม็กซิโก เนื่องจากมีการแพร่ระบาด และต้นกำเนิดในเม็กซิโก) ไข้หวัดเม็กซิโกเป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากการเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ในหมูแพร่กระจายสู่มนุษย์ มิได้หมายถึงการรับประทานเนื้อหมู แต่เกิดจากการใกล้ชิด สัมผัส หรือเลี้ยงหมู เมื่อเชื้อไวรัสจากหมูเข้าสู่คนหนึ่ง เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หมูนี้ก็มีการกระจายจากมนุษย์สู่มนุษย์ โดยทาง CDA แจ้งว่าไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก (H1N1) เป็นไข้หวัดสายพันธุ์ที่ติดต่อและกระจายจากมนุษย์สู่มนุษย์ ทำให้ต้องมีมาตรการควบคุมการกระจายไวรัสระหว่างผู้คน

สัญญาณ และอาการของไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก คล้ายกับอาาการของโรคไข้หวัดใหญ่ปกติ โดยจะมีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดหัว หนาวและเปลี้ย บางรายงานพบว่ามีอาการท้องเสีย และคลื่นไส้ ในอดีตความรุนแรงของไข้หวัด พบว่า มีอาการปอดบวมและหายใจล้มเหลว จนเสียชีวิตจากไวรัสไข้หวัดนี้

ไข้หวัดหมูหรือไข้หวัดเม็กซิโกแพร่กระจายอย่างไร
ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก
สายพันธุ์ H1N1 เป็นไวรัสในช่วงฤดูกาลไข้หวัดใหญ่กระจาย การกระจายไวรัสจากมนุษย์สู่มนุษย์ด้วยการจายหรือไอของคนที่มีเชื้อไวรัสนี้อยู่ บางคนอาจติดจากการสัมผัสถูกเนื้อต้องตัวกัน หรือสัมผัสจมูก ปาก ที่มีเชื้อนี้อยู่
เมื่อเราได้รับเชื้อไวรัสนี้ มีระยะเวลาในการบ่มตัว 7 วัน จึงแสดงอาการ ดังนั้นภายในวันที่ได้รับเชื้อตลอด 7 วัน คุณก็เป็นพาหนะนำโรคนี้โดยไม่รู้ตัว และสามารถแพร่กระจายสู่บุคคลอื่นได้

การป้องกันมิให้ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุด คือ ล้างมือทุกครั้งที่หยิบจับสิ่งของต่าง ๆ หรือสัมผัสกับผู้อื่น ดูแลร่างกายให้มีสุขภาพภูมิต้านทานที่แข็งแรง กำจัดความเครียด ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานอาหารที่มีอนุมูลอิสระพวกผัก ผลไม้ และมีคุณค่าทางโภชนาการ หลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสกับผู้ป่วย

ยาที่ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก
ทาง CDC แนะนำให้ใช้ oseltamivir or zanzmivir เพื่อรักษาและป้องกันการติดเชื้อนี้ แต่ถ้าคุณรู้ตัวเร็วว่าได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดนี้ แนะนำให้ไปพบแพทย์ แพทย์จะทำาการตรวจเลือด ถ้าพบว่าติดเชื้อจะให้ยาต้านเชื้อไวรัส antiviral ซึ่งยาจะทำงานได้ดีหากเพิ่งเริ่มติดเชื้อในช่วงวันแรก ๆ ดังนั้นคุณก็สามารถหายได้

การติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้อย่างไร
การสัมผัสของมนุษย์ มีน้ำเมือกจากผิวหนัง จมูก ปาก ดวงตา น้ำลาย จากการจาม การไอ และเชื้อยังสามารถกระจายอยู่ในอาการได้ จึงสามารถรับจากการหายใจร่วมกับผู้ป่วยอีกด้วย

ไวรัสสามารถอยู่นอกร่างกายได้นานเท่าไร
ตามที่ทราบไวรัสสามารถอยู่ได้นานถึง 2 ชั่วโมง ตามพื้นผิวต่าง ๆ เช่น โรงอาหาร โต๊ะ หรือพื้นผิวที่มีความชื้น ดังนั้นการล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ช่วยลดภาวะหรือโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสได้

ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส
เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก จึงควรปฏิบัติตนเองเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ดังนี้

  • ปิดจมูก ปากของคุณทุกครั้งที่ไอ หรือจาม
  • ล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสสิ่งต่าง ๆ หรือหลังจากไอ และจาม
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูก ปาก หรือน้ำคั่งหลั่งของผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสกับผู้ป่วย
  • ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสนี้ CDC แนะนำให้อย่าไปในแหล่งชุมชน เช่น ห้าง โรงเรียน ที่ทำงาน ให้แจ้งโรงพยาบาลด่วน
  • หากจามหรือไอ ให้ปิดด้วยกระดาษทิชชู่ และทิ้งไป จากนั้นล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

การล้างมือที่ถูกต้อง
ใช้สบู่หรือแอลกอฮอล์ทำความสะอาดตามมือ และนิ้ว หรือล้างด้วยสบู่กับน้ำอุ่นประมาณ 15 – 20 นาที แต่ถ้าไม่มีสบู่ให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ด แล้วทิ้ง หรือใช้เจลทำความสะอาดนวดมือจนกว่าเจลจะแห้ง ก็สามารถทำลายเชื้อที่ติดอยู่ได้

อาการฉุกเฉินที่ต้องส่งรักษาพยาบาลด่วน

  • หายใจเร็ว หายใจไม่ออก
  • ผิวคล้ำเป็นสีน้ำเงิน
  • หมดสติ เบลอ
  • มีไข้สูงขึ้นผิดปกติ
  • มีผื่น
  • ปวดหัว แน่นหายอก
  • วิงเวียน คลื่นไส้
  • อารมณ์หงุดหงิด รุนแรง สับสน

การรับประทานเนื้อหมูอย่างปลอดภัยควรทำอย่างไร
การรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกแล้วไม่ส่งผลต่อการติดเชื้อ คุณสามารถรับประทานเนื้อหมูสุก หรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูได้ ตามปกติ พบว่าไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสนี้สู่มนุษย์ได้โดยทางการกินเนื้อหมู

Tags: , , , , , ,

28
Apr

Health Tip – วิธีถนอมหลังห่างไกลอาการปวด

Posted in Health Tips  by admin

550000009677801

วิธีถนอมหลังห่างไกลอาการปวด

ดร.นิโคล ลีเดอท ไคโรแพร็กเตอร์ จากประเทศออสเตรเลีย กล่าวแนะนำการนั่งทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดเมื่อย โรคยอดฮิตของหนุ่มสาวออฟฟิศในยุคนี้ โดยเตือนว่าการนั่งแบบไม่มีพนักพิงจากเก้าอี้ นั่งจมลงไปในเก้าอี้ นั่งชิดแป้นพิมพ์หรือเมาส์เกินไป เท้าไม่สัมผัสพื้น นั่งบนเก้าอี้ที่ไม่เหมาะสมบนโต๊ะทำงาน รวมถึงการยกของหนักผิดวิธี เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง เนื่องจากมีการเกร็งกล้ามเนื้อมากเกินไปในระยะเวลานานๆ

 

สำหรับใครที่มีอาการปวดหลังเนื่องจากสาเหตุดังกล่าว ดร.นิโคลมีวิธีนั่งที่ถูกวิธีดังนี้

  1. ควรนั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง โดยมีความกว้างและลึกที่ทำให้ผู้นั่งนั่งให้หลังชนเก้าอี้ได้ โดยเท้าสัมผัสพื้น หากไม่สามารถนั่งเช่นนี้ได้ให้หาที่วางขาให้เข่าอยู่ในลักษณะเท่ากัน และวางเมาส์ไว้ใกล้ตัวเพื่อจะได้ไม่ต้องเอื้อมไปจับ พัก 1-2 นาที ทุกๆ 20-30 นาที ลุกขึ้นและผ่อนคลาย
  2. ไม่ควรนั่งจมลงไปในเก้าอี้ เพราะจะทำให้หลังงอได้
  3. หากต้องอ่านหนังสือ ควรให้หนังสืออยู่ระดับเดียวกับสายตา เพราะถ้าหากอยู่ต่ำจะทำให้เวลาอ่านต้องมองขึ้นมองลง อาจทำให้เกิดอาการปวดคอและหลังท่อนบนได้
  4. ไม่ควรนั่งเก้าอี้ที่ใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้ต้องเขยิบไปกลางเก้าอี้ ทำให้ขาไม่ได้รับน้ำหนักอาจทำให้ปวดหลังได้
  5. ในการยกของหนักควรให้หลังโค้งตามธรรมชาติอยู่เสมอ เพราะส่วนโค้งของหลังเป็นส่วนที่รับน้ำหนักและพยุงหลังได้ดีที่สุด
  6. ควรแยกขาออกจากกันในขณะยกของ เพราะจะช่วยทำให้คุณอยู่ในตำแหน่งที่สมดุลเมื่อต้องยกของ
  7. พยายามเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องก่อนยกของทุกครั้ง เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องจะช่วยพยุงหลัง
  8. ควรใช้อุปกรณ์ช่วยในการยกโดยมีวิธีการยกของที่ถูกต้อง คือการถือของห่างจากลำตัวเพราะเป็นการช่วยเพิ่มแรงดัน และขณะที่ยกและเคลื่อนย้าย ควรหมุนตัวไปทั้งตัวแทนที่จะหมุนแค่กระดูกสันหลัง

เมื่อเราดูแลระวังปฏิบัติตนให้เหมาะสมถูกต้องแล้ว เราก็สามารถถนอมหลังให้ห่างไกลจากอาการปวดต่าง ๆ ได้นะค่า

Tags: , , , , ,