Archive for September, 2009

วิธีป้องกันมะเร็ง

วิธีป้องกันมะเร็ง
แนวทางในการดูแลตัวเองให้แข็งแรงและลดปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งแนวทางการป้องกันมะเร็งได้มาจากสมาคมการวิจัยเพื่อป้องกันโรคมะเร็ง American Institute for Cancer Research ดังนี้
เลือกอาหารที่มาจากพืช
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ได้ทราบแล้วว่าอาหารเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งการรับประทานอาหารที่มาจากพืชรวมทั้งการรักษาน้ำหนักที่เหมาะสมและการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายสามารถต่อต้านโรคมะเร็งเนื่องจากสารอาหาร วิตามินในพืชสามารถทำให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ได้ดียับยังการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และยังทำลายสารที่จะก่อให้เกิดมะเร็งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการรับประทานผักและผลไม้เพิ่ม 2 หน่วยร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ร้อยละ 60-70 เช่นการเปลี่ยนขนมปังธรรมดาเป็นขนมปังธัญพืช
ให้รับประทานอาหารพวกผักชนิดใหม่ๆซึ่งจะเพิ่มความอยากรับประทานอาหารพวกผัก
ให้มีอาหารพร้อมปรุงที่ทำจากพืชไว้ในตู้เย็นเช่นพวกถั่วต่างๆ อาหารแช่แข็งผลไม้กระป๋อง
ให้ใช้ถั่วในการปรุงอาหารเช่นผสมในสลัด ใส่ถั่วในส้มตำ ใส่ถั่วในแกงอาจจะใช้ถั่วได้หลายชนิดเช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วแขก เม็ดมะม่วงหิมะพาน
ให้รับประทานอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์สัปดาห์ละครั้ง
หัดปรุงอาหารที่ทำจากพืช
2. รับประทานผักและผลไม้เพิ่ม
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าอาหารที่เรารับประทานควรจะมาจากพืชเสีย 2/3 เช่นผัก ผลไม้ธัญพืช ถั่ว ส่วนที่เหลือ 1/3 มาจากเนื้อสัตว์และนมวิธีการที่จะรับประทานเนื้อสัตว์ให้ลดลงทำได้ดังนี้
ใช้เนื้อเพียงแค่ปรุงรสเท่านั้นไม่ใช่อาหารหลักอย่างบ้านเราทำกันคือผัดผักใส่หมูหรือกุ้งเพื่อปรุงรสและกลิ่น
รับประทานอาหรโปรตีนที่ทำจากพืชเช่น เนื้อปลอมที่ทำจากถั่วเหลืองหรือจากเห็ด
เลือกอาหารว่างที่ทำจากพืช เช่น น้ำผลไม้ ผลไม้ต่างๆ
เลือกผลไม้กระป๋องไว้ประจำบ้านควรเลือกผลไม้ที่บรรจุในน้ำผลไม้หรือน้ำไม่ควรใส่น้ำหวานหรือเกลือ
รับประทานผักใบเขียวให้มาก
มื้อกลางวันให้รับประทานสลัด
ใช้รับผลไม้หลังจากรับประทานอาหาร
หากท่านรับประทานผักและผลไม้มากเท่าใดท่านจะได้รับสารอาหาร วิตามินสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้นเท่านั้นซึ่งจะต่อสู้กับมะเร็ง
3. รักษานำหนักที่เหมาะสมและออกกำลังกายเป็นประจำ
น้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับท่านควรอยู่ระหว่างดัชนีมวลกาย 18.5-23 สำหรับท่านที่น้ำหนักน้อยก็ต้องรับประทานอาหารเพิ่มหากรับประทานไม่พอก็ต้องรับประทานอาหารเสริมเพิ่มขึ้นโรคอ้วนทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพมากมายสำหรับท่านที่มีน้ำหนักเกินท่านต้องรับประทานอาหารน้อยลงวิธีการรับประทานอย่างฉลาดมีดังนี้
อ่านฉลากอาหารทุกครั้งหากปริมาณสารอาหารที่ท่านซื้อมากเกินไปท่านต้องแบ่งอาหารออกมาเพื่อมิให้ได้รับพลังงานเกินไป
อย่าอดอาหารเป็นมือเพราะท่านจะรับประทานมากขึ้นในมื้อต่อไป
เลือกอาหารว่างอย่างฉลาดควรจะเลือกพวกผักและผลไม้
ให้รับประทานเมื่อท่านหิวเท่านั้น อย่ารับประทานเพราะว่าอร่อย หรือว่ากำลังเหงาควรหางานอดิเรกทำเพื่อจะได้ไม่รับประทานมากเกินไป
อาหารพวกผักและผลไม้จะมีไขมันต่ำหากอาหารหลักของท่านเป็นอาหารเหล่านี้โอกาสที่จะอ้วนก็มีน้อย
การออกกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ท่านแข็งแรง ลดความเครียดได้ทำให้เจริญอาหารและการขับถ่ายดีขึ้นวิธีการที่จะเริ่มออกกำลังกายอย่างง่ายๆ
เริ่มทีละเล็กน้อยค่อยๆเพิ่ม อย่าหักโหมเพราะจะทำให้ได้รับบาดเจ็บ
การเดินเป็นวิธีที่ดีและง่าย
ให้กระฉับกระเฉงเช่น การขึ้นบัดได การเดินไปทำงาน การล้างรถหรือถูบ้าน
ท่านที่สุดอายุหรือมีโรคเข่าเสื่อมอาจจะเริ่มออกกำลังในน้ำเพราะจะใช้แรงไม่มากและไม่เป็นอันตรายต่อข้อ
4. ลดการดื่มสุราและสูบบุหรี่
จากการวิจัยพบว่าการดื่มสุราก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพแต่การดื่มไวน์แดงก็อาจจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกับการรับประทานองุ่นเพราะมีสาร resveratrol
หากไม่เคยดื่มสุราก็ไม่มีความจำเป็นต้องเริ่มดื่ม
หากจะดื่มสุราก็ให้ดื่มไม่เกิน 1 หน่วยสุรา
หากไปงานเลี้ยงก็ไม่ควรใช้เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ผสม
การสูบบุหรี่จะทำให้เกิดมะเร็งได้หลายระบบการเลิกสูบบุหรี่จะทำให้ลดการเกิดมะเร็งได้ร้อยละ 30
5. เลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันต่ำ
เชื่อว่าอาหารมันและเกลือจะเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวและไขมัน trans-fats (’partially hydrogenated’ oils). [...]

ป้องกันหวัด ไข้หวัดใหญ่ด้วยธรรมชาติวิธี

ป้องกันหวัด ไข้หวัดใหญ่ด้วยธรรมชาติวิธี

หน้าฝนเป็นหน้าระบาดของหวัดและไข้หวัด ปีนี้เป็นที่ฮือฮาว่ามีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดด้วด้วย จึงมีการประโคมข่าวกันยกใหญ่ทั้งสื่อนอก สื่อใน มีการปิดโรงเรียนหลายโรงเพื่อป้องกันการติดเชื้อในเด็ก แต่ปิดไปไข้หวัดก็ระบาดไปอย่างที่รู้ ๆ กัน ที่จริงไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้นอาการไม่รุนแรงเลยแถมอัตราการตายต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่ที่ระบาด ๆ กันแต่ไม่เป็นข่าวเสียอีก ดังนั้นจึงไม่น่าจะตื่นตระหนกตามเนื้อข่าวแต่ประการใด แต่คนฉลาดย่อมไม่งอมืองอเท้ารับกับการระบาด แล้วจะทำอย่างไรดี
แน่นอนต่อไปก็คงจะต้องมีการผลิตวัคซีนป้องกัน และคงจะมีการรณรงค์ฉีดกันยกใหญ่ ซึ่งโดยความเป็นจริงนั้น การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จะสามารถป้องกันโรคได้ประมาณ 60 % เท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่า ถึงจะฉีดวัคซีนก็อาจจะติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้อยู่ดี
ความเป็นจริงเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่คือ เวลามันระบาด มีบางคนเป็น บางคนไม่เป็น บางคนที่เป็นมีอาการไม่รุนแรงนัก แต่บางคนก็มีอาการถึงแก่ชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงคือ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงตั้งครรภ์ คนแก่ และคนที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว คน 4 กลุ่มนี้สมควรจะได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันว่า หากใครมีภูมิต้านทานที่ดี จะมีอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อหวัดและไข้หวัด รวมทั้งไข้หวัดใหญ่น้อยกว่า และถึงเป็นก็มีอาการไม่รุนแรง เป็นอยู่ไม่กี่วัน ดังนั้น ทำไมจึงไม่ปรับภูมิต้านทานของเราให้แข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสเหล่านี้
การเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ต้องอาศัยวิธีการทางธรรมชาติ และต้องเริ่มต้นทำด้วยตนเองดังนี้คือ
1. อาหารในชีวิตประจำวัน ต้องกินข้าวกล้องหรือธัญพืชที่ไม่ขัดขาวทุกมื้อ ต้องกินผักสดและผลไม้สดให้มากพอ [...]

ท้องผูก

คุณเคยท้องผูกไหม?
นี่อาจเป็นคำถามที่ไม่จำเป็นเพราะว่าคนเราเกือบทุกคนล้วนเคย ท้องผูกเป็นบางช่วงในชีวิต แต่คุณทราบไหมว่าท้องผูกเกิดขึ้นอย่างไรและส่งผลกระทบต่อ ร่างกายอย่างไร จริงๆ แล้วท้องผูกอาจมีสาเหตุมากกว่าที่คุณทราบ…
ท้องผูกเกิดขึ้นได้อย่างไร…
อาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน กระเพาะอาหารและม้ามจะทำหน้าที่ในการย่อยดูดซึมและลำเลียงสิ่งที่เป็นประโยชน์จากอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ   ของร่างกาย  ส่วนกากอาหารก็จะเคลื่อนตัวเข้าไปในลำไส้ใหญ่และรวมตัวเป็นอุจจาระ  เมื่ออุจจาระเคลื่อนตัวเข้าไปในลำไส้ตรง ระบบประสาทส่วนการขับถ่ายก็จะส่งสัญญาณไปยังสมอง  ทำให้คนเราเกิดความรู้สึกอยากจะขับถ่าย การขับถ่ายอุจจาระเป็นการขับพิษหรือขยะออกจากร่างกาย หากกากอาหารค้างอยู่ในลำไส้นานกว่า 2 วัน น้ำในลำไส้ก็จะถูกดูดกลับคืนสู่ร่างกาย อุจจาระจึงเกาะตัวแน่นจนแห้งและแข็ง ทำให้เคลื่อนตัวยากและขับถ่ายลำบากพร้อมทั้งมีอาการอึดอัด แน่นท้องปวดท้องหรือถ่ายเป็นเลือด ฯลฯ นี่แหละ ท้องผูกกำลังมาเยือนแล้ว
ท้องผูกส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร…
ถึงแม้ว่านิสัยการขับถ่ายของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป   แต่การขับถ่ายเป็นประจำทุกวันจนเป็นความเคยชินจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเนื่องจากเป็นการขับพิษออกจากร่างกายที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มา กากอาหารที่ค้างอยู่ในลำไส้นานจะบูดเน่าและเกิดความเป็นพิษต่อร่างกาย  ทำให้ลำไส้ไม่สะอาด เลือดลมปั่นป่วนส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย อาทิ:

ผลเสียต่อผิวพรรณ: กากอาหารที่บูดเน่าจะเกิดสารพิษที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย เช่น สารแอมโมเนีย ไนโตรเจน อินโดลมีแทน กำมะถัน เป็นต้น เมื่อสารเหล่านี้ถูกดูดซึมกลับสู่ร่างกายพร้อมกับน้ำในลำไส้ นอกจากจะเร่งให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมเร็วขึ้นยังทำให้ผิวพรรณหยาบกร้านและแก่ก่อนวัย ดังนั้น การขับถ่ายอุจจาระเป็นประจำทุกวันจึงเป็นวิธีสำคัญในการถนอมผิวพรรณและชะลอความชราด้วย
เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้: ท้องผูกทำให้ลำไส้ใหญ่ไม่สะอาด อุจจาระที่ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่นานจะเกิดจุลินทรีย์บางชนิด ซึ่งจะทำให้ลำไส้เป็นแผลและเสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกและมะเร็งลำไส้ได้
ผลกระทบต่อตับ: ตับมีหน้าที่ในการขับยาและสารพิษที่ตกค้างให้ออกจากโลหิต สารพิษที่เกิดจากท้องผูกต้องอาศัยตับในการขับออกเช่นกัน หากท้องผูกเป็นประจำ ตับย่อมต้องทำงานหนักขึ้นและเสื่อมลงก่อนเวลาอันควรเป็นธรรมดา ทำให้การขับยาและสารพิษที่ตกค้างในโลหิตไม่ดีเท่าที่ควร จึงเกิดอาการแพ้ต่างๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ ท้องผูกจะทำให้อาการของผู้ป่วยโรคตับกำเริบและทรุดหนักลง ดังนั้น ผู้ป่วยโรคตับจึงควรพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ท้องผูกด้วย
ผลเสียต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ: สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ [...]