Healthy – Look 4 Thailand
Look for Wellness of Secret of Life (Body, Mind, Spirit)

Archive for December, 2009

20
Dec

กรุ๊ปเลือดไหนเหมาะกับน้ำผลไม้ชนิดใด

Posted in Health Reviews  by admin
คนเลือดกรุ๊ปโอ
ส่วนมากจะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคอ้วน
เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ
- น้ำสับปะรด
-  น้ำลูกพรุน
แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิล น้ำส้ม น้ำกะหล่ำปลี
เลือดกรุ๊ปเอ
เรียกว่าตรงข้ามกับกรุ๊ปโอ แทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป ช่น
- ไส้กรอก
- แฮม
เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร
เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ
- น้ำแอปพริคอต
- น้ำแคร์รอต
- น้ำเซเลอรี
- น้ำเกรปฟรุต
- น้ำสับปะรด
- น้ำมะนาว
เพราะมี วิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปบี
เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย
จึงควรกินอาหารจำพวก
- ผักใบเขียว
-  ตับ
- ไข่
- นมไขมันต่ำ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ
น้ำกะหล่ำปลี
น้ำแครนเบอร์รี่
น้ำองุ่น
น้ำมะละกอ
น้ำสับปะรด
เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะ แต่ให้ระวังการดื่มน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปเอบี
คนเลือดกรุ๊ปนี้ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น
- บร็อกโคลี่
- เชอร์รี่
-  ส้มโอ
-  เกรปฟรุต
-  กะหล่ำปลี
และดื่มน้ำแคร์รอต
- น้ำเซเลอรี
-  น้ำแครนเบอร์รี่
- น้ำองุ่น
- น้ำมะละกอ
เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยกรุ๊ปเลือดไหนเหมาะกับน้ำผลไม้ชนิดใดค่ะ…
คนเลือดกรุ๊ปโอ
ส่วนมากจะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคอ้วน
เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ
- น้ำสับปะรด
-  น้ำลูกพรุน
แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิล น้ำส้ม น้ำกะหล่ำปลี
เลือดกรุ๊ปเอ
เรียกว่าตรงข้ามกับกรุ๊ปโอ แทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป ช่น
- ไส้กรอก
- แฮม
เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร
เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ
- น้ำแอปพริคอต
- น้ำแคร์รอต
- น้ำเซเลอรี
- น้ำเกรปฟรุต
- น้ำสับปะรด
- น้ำมะนาว
เพราะมี วิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปบี
เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย
จึงควรกินอาหารจำพวก
- ผักใบเขียว
-  ตับ
- ไข่
- นมไขมันต่ำ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ
น้ำกะหล่ำปลี
น้ำแครนเบอร์รี่
น้ำองุ่น
น้ำมะละกอ
น้ำสับปะรด
เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะ แต่ให้ระวังการดื่มน้ำมะเขือเทศ
เลือดกรุ๊ปเอบี
คนเลือดกรุ๊ปนี้ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น
- บร็อกโคลี่
- เชอร์รี่
-  ส้มโอ
-  เกรปฟรุต
-  กะหล่ำปลี
และดื่มน้ำแคร์รอต
- น้ำเซเลอรี
-  น้ำแครนเบอร์รี่
- น้ำองุ่น
- น้ำมะละกอ
เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก

groupabO

คนเลือดกรุ๊ปโอ

ส่วนมากจะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคอ้วน

เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ

- น้ำสับปะรด

-  น้ำลูกพรุน

แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิล น้ำส้ม น้ำกะหล่ำปลี

เลือดกรุ๊ปเอ

เรียกว่าตรงข้ามกับกรุ๊ปโอ แทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป ช่น

- ไส้กรอก

- แฮม

เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร

เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ

- น้ำแอปพริคอต

- น้ำแคร์รอต

- น้ำเซเลอรี

- น้ำเกรปฟรุต

- น้ำสับปะรด

- น้ำมะนาว

เพราะมี วิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ

เลือดกรุ๊ปบี

เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย

จึงควรกินอาหารจำพวก

- ผักใบเขียว

-  ตับ

- ไข่

- นมไขมันต่ำ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ

น้ำกะหล่ำปลี

น้ำแครนเบอร์รี่

น้ำองุ่น

น้ำมะละกอ

น้ำสับปะรด

เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะ แต่ให้ระวังการดื่มน้ำมะเขือเทศ

เลือดกรุ๊ปเอบี

คนเลือดกรุ๊ปนี้ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น

- บร็อกโคลี่

- เชอร์รี่

-  ส้มโอ

-  เกรปฟรุต

-  กะหล่ำปลี

และดื่มน้ำแคร์รอต

- น้ำเซเลอรี

-  น้ำแครนเบอร์รี่

- น้ำองุ่น

- น้ำมะละกอ

เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก

Tags: , ,

18
Dec

แอโรบ็อกซิ่ง

Posted in Health Product  by admin
Aeroboxing Exercise ออกกำลังกายโดยใช้ทักษะการป้องกันตัวต่างๆ มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นการบริหารหัวใจ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเผาผลาญไขมัน สาธิตการออกกำลังกายประกอบจังหว่ะ เต้นตามครูฝึกได้ทันที

หนังสือ 4 สีทั้งเล่ม พร้อมวีดีโอซีดี 1 แผ่น + ซีดีเพลงประกอบการฝึกอีก 1 แผ่น

ราคาพิเศษ 128 บาท (ปกติ 150 บาท ประหยัด 22 บาท)
แอโรบ็อกซิ่ง เป็นการออกกำลังกายโดยนำทักษะการป้องกันตัวต่างๆ มาประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการชก เตะ ต่อย ประกอบกับเพลงที่มีจังหว่ะ สนุกสนาน เพื่อบริหารหัวใจ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย และช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยม

เนื้อหาภายใน:

• ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แข็งแรงมากขึ้น
• ช่วยลดความเครียด ทำให้จิตใจแจ่มใส
• เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อต่ามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
• ทำให้ระบบการทำงานของหัวใจและปิดทำงานได้ทีขึ้น
• ช่วงเร่งการเผาผลาญไขมัน และกระชับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ
• กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

สั่งซื้อ ได้เลยค่ะ

15
Dec

มะเร็งเนื้องอกร้าย

Posted in Health Reviews  by admin
มะเร็งเนื้องอกร้าย
ความหมายของมะเร็ง
นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย แพทย์ และนักธรรมชาติบำบัดได้สรุป ความรู้เกี่ยวกับความหมายของมะเร็งว่า เกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนในระหว่างเซลล์ ทำให้เซลล์ที่ถูกแย่งชิงอิเล็กตรอนถูกทำลายกลายเป็นเซลล์ที่มีจำนวน Chromosome จาก 46 เป็น 47 Chromosome ด้วยเหตุนี้กระบวนการทำงาย Nucleus จึงถูกทำลายโดยการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมใน DNA และ RNA ทำให้เป็นเซลล์ที่ผิดปกติไปโดยปริยาย ดังนั้น เซลล์เนื้อดีจึงถูกทำลายต่อไปเป็นเซลล์มะเร็งในวงกว้าง
ส่วนนักวิจัยทางการแพทย์อีกพวก กล่าวว่า มะเร็งเกิดจากสภาพความเสื่อมของร่างกายอันเกิดจากการสะสมของสารอนุมูลอิสระ และสารก่อมะเร็ง เป็นระยะเวลายาวนาน อีกทั้งร่างกายจำเป็นต้องทำงานเผาผลาญอาหาร ร่วมกับกระบวนการนำเข้าออกซิเจนสู่เซลล์เนื้อเยื่อ แต่เพราะสารก่อมะเร็งและสารอนุมูลอิสระเมื่อเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายร่วมกับสารอาหารได้ แต่กลับแบ่งเซลล์เป็นเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เกิดการลดจำนวน Chromosome ลดลงครึ่งหนึ่ง ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการทำลายเซลล์เนื้อดีออกไปเป็นวงกว้างกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ขณะเดียวกัน DNA และ RNA ก็ถูกทำลายในที่สุด
สำหรับนักธรรมชาติบำบัดมีความคิดว่า มะเร็งนอกจากจะเกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนของเซลล์ข้างเคียงทำให้เกิดการแตกสลายไป ยังเกิดจากสภาพความเสื่อมสภาพของร่างกาย อันเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดต่าง ๆ ที่ประกอบด้วยสารก่อมะเร็งและสารก่ออนุมูลอิสระ อันมีผลต่อการเผาผลาญสารอาหารที่ผิดปกติในร่างกาย ตลอดจนความเครียดอันเป็นอิทธิพลของตัวบุคคล ทำให้เป็นเซลล์แบ่งตัวผิดปกติขึ้น ก่อเป็นเนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง
สาเหตุของการเกิดมะเร็ง
เกิดจากกรรมพันธุ์
เกิดจากการกระทบกระแทกของร่างกาย
เกิดจากสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย
เกิดจากอากาศและน้ำดื่มสกปรก
เกิดจากอาหารปนเปื้อนสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
เกิดจากบาดแผลเรื้อรัง
เกิดจากสิ่งสกปรกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวบุคคล
เกิดจากเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อไวรัส เป็นต้น
อาการของคนเป็นมะเร็งที่พบเห็นบ่อย ๆ
เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็รักษาไม่ค่อยหาย หรือหากก็นานหลายเดือน เป็นต้น
เกิดมีโลหิตไหลออกทางทวารหนัก และช่องคลอดเป็นประจำ คราวละมาก ๆ หรืออาจจะหยดกะปริดกะปรอย หรือไหลออกมาเป็นน้ำเลยก็มี
เกิดเป็นก้อนเนื้ออกที่แข็ง ๆ ขึ้นตามบริเวณกล้ามเนื้อชั้นกลาง หรือบางกรณีอาจเกิดขึ้นที่ผิวหนัง และอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วค่อยขยายใหญ่โตขึ้น
เกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่ย่อยอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องบวม หรือท้องผูกเป้นประจำ
เกิดอาการท้องร่วงหรือท้องผูกสลับกันแทบทุกวัน
เกิดปานหรือหูด แล้วเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำ หรือ แดงเข้มข้น
มีอาการไอ เสียงแหบแห้ง เสียงไม่ค่อยออก
มีอาการเคร่งเครียดทางอารมณ์บ่อย ๆ
เบื่ออาหาร รับประทานอาหารไม่ค่อยอร่อย
มีอาการอาเจียน จุกเสียด แน่นหน้าอก
นอนไม่ค่อยหลับ มักตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้น เมื่อลูบคลำจะเคลื่อนย้ายได้เหมือนเป็น Mass หรือ Cease บางครั้งก็เป็น Tumor เป็นต้น และก้อนเนื้อก็ขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งอาจแตกเป็นแผลที่ผิวหนังก็เคยปรากฏ
ความหมายของมะเร็ง
นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย แพทย์ และนักธรรมชาติบำบัดได้สรุป ความรู้เกี่ยวกับความหมายของมะเร็งว่า เกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนในระหว่างเซลล์ ทำให้เซลล์ที่ถูกแย่งชิงอิเล็กตรอนถูกทำลายกลายเป็นเซลล์ที่มีจำนวน Chromosome จาก 46 เป็น 47 Chromosome ด้วยเหตุนี้กระบวนการทำงาย Nucleus จึงถูกทำลายโดยการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมใน DNA และ RNA ทำให้เป็นเซลล์ที่ผิดปกติไปโดยปริยาย ดังนั้น เซลล์เนื้อดีจึงถูกทำลายต่อไปเป็นเซลล์มะเร็งในวงกว้าง
ส่วนนักวิจัยทางการแพทย์อีกพวก กล่าวว่า มะเร็งเกิดจากสภาพความเสื่อมของร่างกายอันเกิดจากการสะสมของสารอนุมูลอิสระ และสารก่อมะเร็ง เป็นระยะเวลายาวนาน อีกทั้งร่างกายจำเป็นต้องทำงานเผาผลาญอาหาร ร่วมกับกระบวนการนำเข้าออกซิเจนสู่เซลล์เนื้อเยื่อ แต่เพราะสารก่อมะเร็งและสารอนุมูลอิสระเมื่อเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายร่วมกับสารอาหารได้ แต่กลับแบ่งเซลล์เป็นเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เกิดการลดจำนวน Chromosome ลดลงครึ่งหนึ่ง ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการทำลายเซลล์เนื้อดีออกไปเป็นวงกว้างกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ขณะเดียวกัน DNA และ RNA ก็ถูกทำลายในที่สุด
สำหรับนักธรรมชาติบำบัดมีความคิดว่า มะเร็งนอกจากจะเกิดจากการแย่งชิงอิเล็กตรอนของเซลล์ข้างเคียงทำให้เกิดการแตกสลายไป ยังเกิดจากสภาพความเสื่อมสภาพของร่างกาย อันเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดต่าง ๆ ที่ประกอบด้วยสารก่อมะเร็งและสารก่ออนุมูลอิสระ อันมีผลต่อการเผาผลาญสารอาหารที่ผิดปกติในร่างกาย ตลอดจนความเครียดอันเป็นอิทธิพลของตัวบุคคล ทำให้เป็นเซลล์แบ่งตัวผิดปกติขึ้น ก่อเป็นเนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง
สาเหตุของการเกิดมะเร็ง
  • เกิดจากกรรมพันธุ์
  • เกิดจากการกระทบกระแทกของร่างกาย
  • เกิดจากสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย
  • เกิดจากอากาศและน้ำดื่มสกปรก
  • เกิดจากอาหารปนเปื้อนสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
  • เกิดจากบาดแผลเรื้อรัง
  • เกิดจากสิ่งสกปรกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวบุคคล
  • เกิดจากเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อไวรัส เป็นต้น
อาการของคนเป็นมะเร็งที่พบเห็นบ่อย ๆ
เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็รักษาไม่ค่อยหาย หรือหากก็นานหลายเดือน เป็นต้น
เกิดมีโลหิตไหลออกทางทวารหนัก และช่องคลอดเป็นประจำ คราวละมาก ๆ หรืออาจจะหยดกะปริดกะปรอย หรือไหลออกมาเป็นน้ำเลยก็มี
เกิดเป็นก้อนเนื้ออกที่แข็ง ๆ ขึ้นตามบริเวณกล้ามเนื้อชั้นกลาง หรือบางกรณีอาจเกิดขึ้นที่ผิวหนัง และอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วค่อยขยายใหญ่โตขึ้น
เกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่ย่อยอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องบวม หรือท้องผูกเป้นประจำ
เกิดอาการท้องร่วงหรือท้องผูกสลับกันแทบทุกวัน
เกิดปานหรือหูด แล้วเปลี่ยนสีจากแดงเป็นดำ หรือ แดงเข้มข้น
มีอาการไอ เสียงแหบแห้ง เสียงไม่ค่อยออก
มีอาการเคร่งเครียดทางอารมณ์บ่อย ๆ
เบื่ออาหาร รับประทานอาหารไม่ค่อยอร่อย
มีอาการอาเจียน จุกเสียด แน่นหน้าอก
นอนไม่ค่อยหลับ มักตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้น เมื่อลูบคลำจะเคลื่อนย้ายได้เหมือนเป็น Mass หรือ Cease บางครั้งก็เป็น Tumor เป็นต้น และก้อนเนื้อก็ขยายใหญ่ขึ้น บางครั้งอาจแตกเป็นแผลที่ผิวหนังก็เคยปรากฏ

Tags: ,