<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.4" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Healthy - Look 4 Thailand</title>
	<link>http://www.look4thailand.com/healthy</link>
	<description>Look for Wellness of Secret of Life (Body, Mind, Spirit)</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Mar 2010 12:19:32 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>การเสริมภูมิคุ้มกันตามหลักธรรมชาติบำบัด</title>
		<description><![CDATA[การเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันร่างกาย  หรือเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ทำได้แบบง่าย ๆ ดังนี้

อาหาร กินอาหารให้ครบทุกหมู่  และเพียงพอในแต่ละวัน และเป็นอาหารที่มีคุณภาพดี เช่น สด สะอาด  และปนเปื้อนน้อยที่สุด ไม่ทานอาหารทอด ย่าง จนไหม้เกรียม
ออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น  มีการแตกแขนงของหลอดเลือดในเนื้อเยื่อต่าง ๆ มากขึ้น  ทำให้เม์ดเลือดขาวหรือภูมิคุ้มกันเข้าสู่ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ได้ง่าย   เมื่อมีเชื้อโรคเข้าไปก็จะจัดการได้เร็ว
อารมณ์ หรือสภาพจิตใจ มีความเกี่ยวข้องกันการหลั่งสารเอนโดฟิน  หรือสารสุขในร่างกาย สารนี้พอหลั่งออกมาจะทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ของเซลล์ดีขึ้น  ในทางตรงกันข้าม หากจิตใจห่อเหี่ยว เศร้า เป็นทุกข์ ร่างกายจะหลั่งสารทุกข์  (อะดรีนาลิน) ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดี ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย

ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันนั้น จะดี ไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองด้วยโดยเฉพาะ  เช่น

ล้างมือบ่อย ๆ 
พักผ่อนให้เพียงพอ
หาวิธีคลายเครียด
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สะอาด [...]]]></description>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ต้นข้าวสาลีอ่อน กับ รากเบอร์ดอก</title>
		<description><![CDATA[สิ่งมหัศจรรย์จากต้นข้าวสาลีอ่อน กับ รากเบอร์ดอก
สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็น วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ใยอาหารและคลอโรฟิลด์ รวมถึงเอนไซม์ที่ดีต่อสุขภาพจึงมีการคิดค้นผลิตผงต้นข้าวสาลีอ่อนผสมผงรากเบอร์ดอกเป็นการผสมผสานระหว่างธาตุ หยินและหยาง ให้ผลเกื้อหนุนกันและกันได้อย่างลงตัว
โดยปกติรากเบอร์ดอกหรือ ต้นข้าวสาลีอ่อนจะใช้เป็นทั้งอาหารและยาในหลายประเทศทั่วโลก มักใช้ในทางยาสำหรับทำลายเชื้อรา และแบคทีเรียบางชนิดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ส่วนสารอาหารพบว่า มีส่วนผสมของอินนูลิน โพลีแซคคาไรด์ วิตามิน เอ บีรวม อี และแร่ธาตุต่างๆ เช่น ทองแดง โปแตสเซียม ซีลิคอน กำมะถัน สังกะสีฟอสฟอรัสโครเมียมอินนูลินเป็นใยอาหารชนิดละลายได้ในน้ำจะเพิ่มน้ำหนักอุจจาระและทำให้ยืดหยุ่นช่วยให้ระบบถ่ายดีขึ้น
ประโยชน์ ต่างๆ ที่ได้จากต้นข้าวสาลีอ่อน กับ รากเบอร์ดอก
ช่วยล้างสารพิษหรือ Detox สารพิษออกจากร่างกายทั้งทางอุจจาระ ปัสสาวะ ต่อมเหงื่อ ซึ่งเป็นการฟอกเลือดที่ดีอีกวิธีหนึ่ง ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น สารอาหารต่างๆ เช่น คลอโรฟิลด์มีธาตุเหล็กจะช่วยสร้างเม็ดเลือดได้ดี มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระตับก็ทำงานดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง รวมถึงนิ่วในถุงน้ำดีด้วย เพราะมีใยอาหารที่ช่วยจับสารพิษก่อมะเร็ง (carcinogen) และโคเลสเตอรอล แล้วขับถ่ายออกทางอุจจาระ
•    เบอร์ดอกประกอบด้วยอินนูลิน มากถึง 27 – 45% และมีโครเมียม เมื่อผสมกับต้นข้าวสาลีอ่อนที่มีใยอาหารที่ทำงานร่วมอินนูลิน [...]]]></description>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/buy-health-product/%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การย่อยสลายเซลล์มะเร็ง</title>
		<description><![CDATA[โครงสร้างการย่อยสลายเซลล์มะเร็งร้ายให้ฝ่อหายไป
โดย ดร. สิทธิพร เปล่งขำ นักวิจัยแห่งชาติ นักวิทยาศาสตร์แพทย์แบบผสมผสาน
ปัจจัยที่ 1 หยุดยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง โดยการตัดสารอาหารที่ก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย
เช่น การอดอาหารเพื่อล้างเซลล์มะเร็ง หรือ การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยการ detox เช่น การดื่มน้ำเอนไซม์, การออกกำลังกายขับสารพิษ, การทำสมาธิลดความเครียด, การคิดดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ
ปัจจัยที่ 2 สารภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
เช่น บำรุงเม็เลือดขาวด้วยอาหาร และวิตามินจากธรรมชาติ, บำรุงตับ และไต เพื่อให้ทำงานขับสารพิษได้ดี, ชำระล้างเลือดหรือสารอาหารที่ตกค้างในเลือดด้วยน้ำเอนไซม์จากผลไม้หรือผักสด, สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง และมีปริมาณที่เหมาะสมด้วยพลังจากสารอาหารธรรมชาติ
ปัจจัยที่ 3 การย่อยสลายเซลล์มะเร็ง
ด้วยการใช้โภชนาการบำบัด เช่น การกินสาหร่ายเกลียวทอง การทานวิตามินซีในปริมาณ 5,000 มก.ต่อวัน, การรับออกซิเจนด้วยการใช้ลมปราณบำบัดโรค, การทำสมาธิสลายความเครียด เป็นต้น
ปัจจัยที่ 4 การสร้างอารมณ์ขัน
เช่น มองโลกในแง่ดี, มีความหวัง, ความตั้งใจจริง, อดทน, ไม่เครียด, ลดความวิตกกังวน, เจริญสมาธิ แผ่เมตตา, พูดคุยกับผู้คนด้วยอัธยาศัยไมตรี
ปัจจัยที่ 5 สร้างบรรยากาศแวดล้อมที่ดี
เช่น การทำความสะอาดบ้านให้ปราศจากฝุ่น, ดื่มน้ำสะอาดทุกวันอย่างน้อย [...]]]></description>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Antiaging ศาสตร์แห่งการชะลอวัย</title>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันศาสตร์แห่งการชะลอวัย (anti-aging) เป็นที่พูดถึงอย่างมากในอเมริกาและยุโรป นี่คือเคล็ดลับ 14 ข้อที่จะคงความเป็นหนุ่มสาว จาก แพทย์หญิงพัฒศรี พงษ์สถิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ
1. แคลอรี่เยอะ เสื่อมเร็ว
การรับประทานอาหารที่ให้แคลอรี่สูงจะทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญสารอาหารมาก ก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น อาหารที่เรารับประทานไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต สุดท่ช้ายก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาล ถ้าร่างกายรับแคลอรี่หนักทุกมื้อ ย่อมส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงๆต่ำๆ ร่างกายต้องหลั่งสารอินซูลินตลอดเวลาเพื่อนำน้ำตาลไปเก็บไว้ในเซลล์ คนที่มีไลฟ์สไตล์แบบนี้ย่อมเสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวานซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้แก่เร็ว สมัยก่อนการกินอาหารเน้นแป้งและน้ำตาล รองลงมาคือ โปรตีน ผักผลไม้และไขมัน แต่ถ้าต้องการรับประทานอาหารให้ดีไม่ให้แก่เร็ว ต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะสิ่งที่ควรกินมากที่สุดคือ น้ำบริสุทธิ์ 1-2 ลิตรต่อวัน เน้นผักผลไม้ อาหารกลุ่มโปรตีนมีประโยชน์ ไขมันไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมก้า 3, 6 และ 9 ส่วนสิ่งที่ควรกินให้น้อยที่สุดให้น้อยที่สุดคือไขมันอิ่มตัวที่มีอยู่ในแป้งและน้ำตาล
2. กินหลากแหล่ง
เลือกผักออร์แกนิกหรือจากหลากแหล่งผลิต เพราะเราไม่รู้ว่าแหล่งปลูกมีสารปนเปื้อนหรือไม่ วิธีนี้ช่วยลดการสะสมสารบางอย่างในร่างกาย เพราะมีงานวิจัยบ่งชี้ว่า การลดการกินอาหารที่มีสารพิษไม่ให้ผลดีเท่ากับกินอาหารจากหลากแหล่งผลิต
3. ร้อนไปไม่ดี กรอบไปไม่เวิร์ค
หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ผ่านกระบวนการร้อนจัดหรือทอดจนกรุงกรอบ นอกจากจะสูญเสียคุณค่าสารอาหารแล้ว ยังเพิ่มสารก่อมะเร็งมากขึ้นด้วย สู้เปลี่ยนมากินอาหารออร์แกนิกหรือผ่านกรรมวิธีนึ่งหรือต้มจะดีกว่า
4. ลดคาเฟอีน
ปกติร่างกายหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อกระตุ้นร่างกายให้เผาผลาญนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้เพียงพอ สร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารอะดีนาลีนอยู่เป็นประจำ อะดรีนาลินทำงานคล้ายฮอร์โมนไทรอยด์ [...]]]></description>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/antiaging-%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>น้ำหมักชีวภาพ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ : ความปลอดภัยและคุณประโยชน์</title>
		<description><![CDATA[น้ำหมักชีวภาพ มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น น้ำสกัดชีวภาพ น้ำเอนไซม์ น้ำจุลินทรีย์ น้ำหมักพืช น้ำไอออนิก พลาสมา เซลล์ฟู้ดซ์ ซึ่งได้จากการหมักพืช ผัก ผลไม้ สมุนไพร กับสารให้ความหวาน เช่น น้ำตาล น้ำผึ้ง ในสภาวะที่มีแบคทีเรียผลิตกรดแลกติก (lactic acid bacteria)  แรกเริ่มนั้นถูกนำมาใช้เพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ด้านปศุสัตว์ เช่น ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ กระตุ้นการเจริญของพืช ทำความสะอาดบริเวณเลี้ยงสัตว์ และใช้ในครัวเรือน เช่น ผสมน้ำยาล้างจาน ซักผ้า แชมพู แม้กระทั่งใช้อาบน้ำขจัดกลิ่นตัว














กระแสความนิยมการบริโภคน้ำหมักชีวภาพเริ่มเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์น้ำลูกยอ เมื่อมีธุรกิจเอกชนนำเข้าน้ำลูกยอมาจำหน่ายในราคาสูง และอ้างสรรพคุณที่มีต่อสุขภาพไว้มากมาย การบอกกล่าวสรรพคุณปากต่อปาก ทำให้เครือข่ายเกษตรกรและกลุ่มชุมชนนับพันกลุ่มนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้เพื่อดูแลสุขภาพ ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ภูมิแพ้ มะเร็ง โรคเรื้อรังต่างๆ เช่น ปวดเมื่อย ไขมันในเลือดสูง และผู้ติดเชื้อ HIV ก่อให้เกิดกระแสความนิยมทั้งในการบริโภคและการผลิตอย่างแพร่หลาย ส่งผลถึงน้ำหมักสมุนไพรชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น น้ำพลูคาว และน้ำมะขามป้อม รวมทั้งน้ำสมุนไพรรวม ซึ่งกว่าร้อยละ 90 ของผลิตภัณฑ์นี้ในท้องตลาดผลิตโดยผ่านกระบวนการหมักด้วยวิธีธรรมชาติ มีวิธีการผลิตอย่างง่าย มีสูตรการหมักหลากหลาย แต่ขาดข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์รองรับ จึงยากต่อการควบคุมคุณภาพ [...]]]></description>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/news-and-activity/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80/</link>
			</item>
	<item>
		<title>น้ำเอนไซม์บำบัดปรับสมดุลธาตุในร่างกาย</title>
		<description><![CDATA[
น้ำเอนไซม์บำบัดปรับสมดุลธาตุในร่างกาย
1. น้ำแครอต ใช้ขับล้างไขมันในเลือด และช่วยรักษาตับให้แข็งแรง รักษามะเร็งในเม็เลือดขาว (แต่มีน้ำตาลเยอะ ไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน)
2. น้ำมะระ ใช้ฟอกโลหิตแดงให้สะอาด
3. น้ำมะเขือเทศ ใช้ป้องกันเส้นเลือดแข็งตัวและอุดตันง่าย กำจัดไขมันในเลือดให้หมดไป ป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต
4. น้ำฝรั่ง ใช้ขับล้างสารพิษในตับและในไต
5. น้ำขึ้นฉ่าย ใช้เผาผลาญคอเลสเตอรอลในเลือดลดความดันโลหิตสูง ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
6. น้ำมะละกอดิบ ใช้ขับสารพิษในเลือดและน้ำเหลือง
7. น้ำลูกใต้ใบ ใช้ขับล้างพิษออกจากไต และต่อมน้ำเหลือง
8. น้ำกระเทียม ใช้ขับล้างไขมันและคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดมากับอาหาร
9. น้ำเซเลอรี ใช้ฟอกเลือดให้สะอาด ขับล้างสารพิษให้หมดไปจากหลอดเลือด
10. น้ำรากบัว ช่วยระบบการหายใจให้ดีขึ้น และฟอกปอดให้สะอาดร่วมกับออกซิเจนที่บริสุทธิ์
11. น้ำใบบัวบก ใช้ดับความร้อนภายในร่างกาย ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
12. น้ำส้มมะขาม ใช้ระบายของเสียและดูดซับไขมันออกจากร่างกาย
13. น้ำแคนตาลูป ใช้ระบายของเสียและดูดซับไขมันในลำไส้
14. น้ำแตงโม ใช้ขับล้างของเสียออกจากไต และตับ
15. น้ำมะนาว ใช้ขับล้างสารพิษออกจากลำไส้
16. น้ำมะยม ใช้บำรุงกระดูกและฟัน รักษาผิวพรรณให้ผ่องใส สดชื่น เปล่งปลั่ง
17. น้ำแอปเปิ้ล ต่อต้านมะเร็งทรวงอก มะเร็งเต้านม บำรุงเหงือก และฟันให้แข็งแรง
18. น้ำส้มเช้ง [...]]]></description>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%94/</link>
			</item>
	<item>
		<title>น้ำหมักชีวภาพเอนไซม์เพื่อสุขภาพ</title>
		<description><![CDATA[เอนไซม์ น้ำหมักชีวภาพพลังเอนไซม์เพื่อสุขภาพ
เอนไซม์ คือ อะไร
เอนไซม์ คือ กลุ่มโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ในปฏิกิริยาชีวเคมีของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืช คน หรือ สัตว์ เอนไซม์มีหน้าที่ในการเร่งปฏิกิริยาต่าง ๆ
น้ำหมักชีวภาพ หรือ น้ำหมักพลังเอนไซม์บำบัด เป็นน้ำหมักที่เกิดจากการหมักดองของผลไม้เป็นเวลานานหลายปีจนเกิดเป็นโมเลกุลอินทรีย์ของสารอาหารและเอนไซม์ ในรูปของสารละลาย ครบตามหลักโภชนาการ 5 หมู่อาหารหลักซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์เรา ช่วยในการฟื้นฟูบำบัดและป้องกันสุขภาพ
การบริโภคน้ำหมักชีวภาพนี้ มิได้เพิ่งค้นพบ ตามประวัติในพระไตรปิฏก พบว่า น้ำสมอดอง เป็นโอสภรักษา หรือที่เรียกว่า น้ำขูดมูตรเน่า หรือ น้ำอมตา หรือ น้ำยาอาวุวัฒนะ ในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพ
การบริโภคน้ำหมักชีวภาพพลังเอนไซม์นี้ ควรเป็นน้ำหมักที่มีอายุอย่างน้อย 6 ปี เพื่อให้โมเลกุลของสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน วิตามิน เกลือแร่ และออกซิเจนอยู่ในรูปสารละลายที่สมบูรณ์ และมีขนาดเล็กเพียงพอที่ร่างกายจะสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ทันที ลดการเกิดปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดเซลล์ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง ส่งผลให้เซลล์มะเร็งฝ่อตัวหรือสลายไปในที่สุด ตลอดจนช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย และช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนให้เป็นปกติขึ้น
การผลิตน้ำหมักชีวภาพพลังเอนไซม์บำบัดนี้ เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาพื้นบ้านกับความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งทำให้การหมักเกิดอย่างสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์มากที่สุด โดยก่อให้เกิดความคำนึงถึงทั้งในด้านวัตถุดิบ สัดส่วนการหมัก ระยะเวลาการหมัก ตลอดจนกรรมวิธีการหมักที่ปลอดภัย ทำให้ได้สารอาหารที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น [...]]]></description>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
