ภาวะพร่องเอนไซม์หรือภาวะที่ร่างกายขาดเอนไซม์ (Enzyme Deficiency Conditions) คืออะไร
ภาวะพร่องเอนไซม์ตามหลักของแพทย์ทางเลือก คือ ภาวะที่ร่างกาย อวัยวะ หรือเซลล์มีประสิทธิภาพลดลงทำให้มีการผลิตเอนไซม์ในร่างกายลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะตกค้างของเสียในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะโรคเสื่อมต่าง ๆ ของร่างกาย หรือโรคภัยนั้นเอง
อาการที่แสดงว่าร่างกายขาดเอนไซม์ (Enzyme Deficiency)
เราสามารถรู้สึกถึงอาการ (Symptom) เหล่านี้ได้เอง แต่ไม่เคยรู้ว่าร่างกายต้องการอะไร อาการเหล่านั้น ได้แก่
- รู้สึกเหนื่อยหลังจากกินอาหารมื้อหนัก
- อ่อนเพลียเป็นประจำ (Chronic Fatigue Syndrome)
- ท้องผูก
- ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ บางครั้งมีอาการจุกเสียด
- ลมแน่นท้อง ผายลมมีกลิ่นเหม็น
- อุจจาระจมน้ำ และอุจจาระเหม็นมาก
- มีกลิ่นปาก
- มีอาการของโรคภูมิแพ้ง่าย บางครั้งถึงขนาดหอบหืด
- เวลาเป็นแผลจะหายช้า
- น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย เป็นต้น
อาการเหล่านี้แพทย์ท่านเลือกจะวินิจฉัยว่าท่านกำลังขาดเอนไซม์ สำหรับแพทย์แผนปัจจุบันจะดูจากอาการเหล่านี้ จึงวินิจฉัยว่ามีภาวะขาดเอนไซม์ คือ
- ตับอ่อนบวม
- เม็ดโลหิตขาวเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติหลังกินอาหาร 30 นาที
- น้ำลายมีฤทธิ์เป็นกรด (pH ต่ำกว่า 7)
- ในปัสสาวะมีสารพิษมาก เกิดจากอาหารไม่ย่อยจึงบูดในลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะดูดซึมพร้อมกับน้ำเข้าไปในกระแสเลือด ตับและไตจะกรองสารพิษเอาไว้ และจะขับสารพิษนี้ทิ้งออกทางปัสสาวะ
- ระดับเอนไซม์ต่ำกว่าปกติในเลือด
- ความดันโลหิตอาจสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย
ในอดีต เมื่อเราพูดว่าร่างกายขาดเอนไซม์ คือสภาวะอาหารไม่ย่อยแต่เมื่อศึกษาค้นคว้ามากขึ้น ในปัจจุบัน เราพบอาการต่างๆ อีกมากมาย เราสามารถแบ่งสภาพของการมีเอนไซม์บกพร่องออกได้เป็น 3 ชนิดคือ
1. สภาพของการขาดเอนไซม์โปรตีเอส (ProteaseDeficiency Conditions)
2. สภาพการขาดเอนไซม์อไมเลส (Amylase Deficiency Conditions
3. สภาพการขาดเอนไซม์ไลเปส (Lipase Deficiency Conditions)
สภาพของการขาดเอนไซม์โปรตีเอส (Protease Deficiency Conditions)
คือ เราจะไม่สามารถย่อยพวกเนื้อสัตว์หรือโปรตีนได้ จึงเกิดอาการของโรคขาดโปรตีน (Protein Deficiency Symptom) ทำให้เลือดมีความเป็นด่างสูงมากเกินไป อาจมากกว่า pH 8.0 (Alkaline Excess) ซึ่งปกติเลือดมีค่า pH เท่ากับ 7.4 ทำให้ร่างกายขาดความสมดุล (Homeostasis) เพราะด่างสูง กลายเป็นต้นเหตุของความรู้สึกกระวนกระวาย (Anxiety) จนบางคนต้องใช้ยากล่อมประสาทช่วย
ดังนั้นควรให้กินเอนไซม์เสริมชนิดโปรตีเอส ก็จะช่วยให้ดีขึ้น ถ้าโปรตีนมีจำนวนต่ำในเลือด (Protein Deficiency) ทำให้เกิดอาการขาดแคลนแคลเซียมร่วมด้วย (Calcium Deficiency) แคลเซียมจะต้องอาศัยเกาะติดโปรตีนเมื่อเวลาไหลเวียนอยู่ในกระแสโลหิต ทำให้มีอาการข้ออักเสบ (Arthritis) ตามมาพร้อมโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)หมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Problem) ฯลฯ ร้อยละ 45 ของโปรตีนในรูปของกรดอะมิโนจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในตับ การที่โปรตีนไม่สามารถถูกย่อยได้จึงทำให้เกิดสภาวะน้ำตาลกลูโคสต่ำในเลือด (Hypoglycemia) ตามมา เป็นเหตุให้สมองขาดน้ำตาลกลูโคส เกิดความรู้สึกหงุดหงิด (Moody) รำคาญ และฉุนเฉียวง่าย
การขาดโปรตีนในเลือดทำให้เกิดอาการบวมทั้งตัว (Edema) การย่อยโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้มีกากอาหารที่ไม่ย่อย (Undigested Protien) ไปสะสมบริเวณลำไส้ใหญ่ (Colon) เป็นสาเหตุการเกิดสารพาลำไส้ใหญ่อักเสบ (Mucous Colitis) ไส้ติ่งอักเสบ(Appendicitis) และอาจถึงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) ได้ โรคตามมาที่คาดไม่ถึงคือ ในเด็กมักเป็นโรคช่องหูอักเสบเรื้อรัง หรือ หูน้ำหนวก (Otitis Media) กับโพรงจมูกของใบหน้าอักเสบ (Sinusitis) การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะและใช้เอนไซม์โปรตีเอสร่วมด้วยจะทำให้หายเร็วขึ้น
ผลของการขาดโปรตีเอสที่กระทบโดยตรง อีกประการก็คือ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ เกิดการอักเสบได้ง่าย เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหลายเป็นโปรตีนหรือบางชนิดก็มีโปรตีนเป็นตัว หุ้ม และโปรตีเอสเป็นเอนไซม์ที่สามารถย่อยเยื่อหุ้มที่เป็นโปรตีนให้แตกออก เพื่อให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายเข้าถึงตัวและทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้โดยง่าย
สภาพการขาดเอนไซม์อไมเลส (Amylase Deficiency Conditions)
เอนไซม์อไมเลสย่อย แป้ง ข้าว ให้เป็นสารประกอบเชิงเดี่ยว (Monosaccharide) เช่น น้ำตาลกลูโคส (Glucose) และย่อยเม็ดโลหิตขาวที่ตาย (คือ หนอง Pus)ให้หมด ไปดังนั้นถ้าร่างกายขาดเอนไซม์อไมเลส ท่านจะเกิดเป็นฝี (Abscess) ได้บ่อยๆ ผู้ป่วยที่ปวดฟัน เหงือกรอบฟันเป็นหนองง่ายมาก การที่กินหวานจัดๆ ร่างกายต้องใช้เอนไซม์อไมเลสมากจนผลิตไม่ทัน จึงทำให้เป็นฝีง่าย นอกจากนั้นยังเป็นที่ปอดและผิวหนังได้ง่ายอีกด้วย
ปอดและผิวหนังเป็น อวัยวะที่สัมผัสกับโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยมลภาวะ การขาดเอนไซม์อไมเลสจึงทำให้เกิดอักเสบได้ง่าย ถ้าเป็นที่ปอดอาจจะแสดงอาการของโรคหืด(Asthma) และถุงลมพอง (Emphysema) ส่วนผิวหนังจะมีอาการของโรคผิวหนังเป็นสะเก็ดพุพอง มีน้ำเหลือง (Eczema) หรือเป็นโรคผิวหนังชื่อ สะเก็ดเงิน (Psoriasis) และโรคเริม (Herpes)การรักษาให้ใช้เอนไซม์เสริมเพื่อกินร่วมกับยา โดยให้มีเอนไซม์อไมเลสในสัดส่วนที่มากกว่าเอนไซม์อย่างอื่น
สภาพการขาดเอนไซม์ไลเปส (Lipase Deficiency Conditions)
เอนไซม์ ไลเปสมีหน้าที่ย่อยไขมันและวิตามินชนิดละลายในไขมัน การขาดไลเปสจึงเกิดโคเลสเตอรอลสูงในเลือด(High Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์สูง (High Triglyceride) เป็นต้นเหตุของน้ำหนักตัวเกินกว่าปกติ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน (Atherosclerosis) ความดันโลหิตสูง ตามมาด้วยโรคหัวใจขาดเลือด (Heart Inflection) โรคลมปัจจุบันหรือสมองขาดเลือด (Stroke)
การขาดเอนไซม์ไลเปส ทำให้ความสามารถของเยื่อหุ้มเซลล์บกพร่อง นั้นคือ สารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายไม่อาจจะซึมผ่านเข้าเซลล์ ส่วนของเสียภายในเซลล์ก็ขับออกมาทิ้งข้างนอกไม่ได้
สำหรับอาการที่พบ บ่อยๆ อีกอย่างคือ กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง (Muscle Spasm) โดยเริ่มเจ็บร้าวจากบริเวณหน้าอก ไหล่ ลามมาที่คอ ดูคล้ายๆ คอเคล็ด บางครั้งมีกล้ามเนื้อเกร็งที่ลำไส้ใหญ่ (Spastic Colon) อาการต่างๆ ทั้งหมดนี้ ถ้ากินเอนไซม์ไลเปสก็จะช่วยให้ทุเลาขึ้น
น้ำพลังเอนไซม์ทุกสูตร ของ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ ผ่านการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการพบว่า…
มีเอนไซม์อย่างน้อย 7 ชนิด ดังนี้
- Protease เอนไซม์ในกลุ่มของเอนไซม์ย่อยโปรตีน
- Amylase เอนไซม์ในกลุ่มของเอนไซม์ย่อยแป้ง คาร์โบไฮเดรต
- Invertase เอนไซม์ในกลุ่มของเอนไซม์ย่อยน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต
- B-gluconase เอนไซม์ในกลุ่มของเอนไซม์ย่อยน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต
- Phytase เอนไซม์ในกลุ่มของเอนไซม์ย่อยไขมัน
- Cellulase เอนไซม์ในกลุ่มของเอนไซม์ย่อยไฟเบอร์ ใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต
- Xylanase เอนไซม์ในกลุ่มของเอนไซม์ย่อยแร่ธาตุ วิตามิน
ดังนั้น จึงกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า น้ำพลังเอนไซม์บำบัดสูตรของดร.รสสุคนธ์ จึงเป็นการเสริมเอนไซม์ให้กับร่างกายได้ทั้ง 3 กลุ่ม แก้ปัญหาภาวะพร่องเอนไซม์ หรือโรคที่เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์ได้โดยรวม ซึ่งเราจะพบได้ว่า ร่างกายของเรามิได้ขาดเพียงเอนไซม์ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น บางคนเป็นหลายโรค ซึ่งก็เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์หลายตัวเช่นกัน
สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://friutenzyme.blogspot.com





Posted in
Tags: 








