Holistic Health Reviews

ภาวะสารน้ำมากกว่าปกติจนเกิดเป็นพิษ (บวมน้ำ)


ภาวะสารน้ำในร่างกายมากผิดปกติจนเกิดเป็นพิษ – (อาการบวมน้ำ)

เรียกว่า water intoxication เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารน้ำในปริมาณที่มากผิดปกติ มากจนกระทั่งเป็นอันตรายต่อเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมองด้วยกลไกของเซลล์จะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ ทั้งส่วนที่อยู่ในเซลล์และส่วนที่อยู่นอกเซลล์ให้ได้ ความผิดปกติของสมดุลสารน้ำและเกลือแร่ ถือว่าเป็นภาวะที่อันตรายมาก ทำให้เสียชีวิตในหากไม่ได้รับการแก้ไขหรือบำบัดรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

 แนวทางการรักษา

  1. รักษาได้โดยการให้สารอิเลคโตรลัยท์ทางหลอดเลือด เช่น hypertonic saline (salt) solution ซึ่งถ้ารักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่เซลล์ทั่วร่างกายจะบวมมาก จนกระทั่งเซลล์ตาย ถ้ารักษาได้ทันผู้ป่วยจะหายเป็นปกติภายในเวลา 2-3 วัน
  2. ติดตามตรวจวัดระดับอิเลคโตรลัยท์ในเลือดอย่างสม่ำเสมอ
  3. การรักษาภาวะเสียสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกายต้องกระทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไปภาวะบวมน้ำ
  4. วิธีป้องกันคำแนะนำในการป้องกันคือ

ให้ดื่มน้ำเมื่อรู้สึกกระหายเท่านั้น เพราะร่างกายมีกลไกทางสรีรวิทยาที่รู้ว่าเมื่อไรร่างกายต้องการน้ำ สำหรับคนที่เล่นกีฬาหนักๆ ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ในปริมาณพอสมควร และไม่ควรดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมา 

สมดุลของสารน้ำในร่างกายเกี่ยวข้องโดยตรงกับระดับโซเดียมในเลือด ภาวะที่สารน้ำในร่างกายมากผิดปกติ จะทำให้ระดับของโซเดียมในเลือดลดต่ำ เรียกภาวะดังกล่าวว่า hyponatremia โซเดียมผ่านเข้าออกเซลล์ตลอดเวลาเพื่อปรับให้เข้าสู่ภาวะสมดุล ร่างกายควบคุมกลไกดังกล่าวผ่านทางหลายกระบวนการ รวมทั้งฮอร์โมนบางชนิดที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

สมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกายเป็นสรีรวิทยาที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของเซลล์ต่าง ๆ  ทั่วร่างกาย เกลือแร่หรือที่เรียกว่าอิเลคโตรลัยท์ (electrolytes) ที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ โซเดียมโปแตสเซียม คลอไรด์ และไบคาร์บอเนต ซึ่งสามารถตรวจวัดหาระดับของอิเลคโตรลัยต์ต่างๆ เหล่านั้นในเลือดได้ และสะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกาย

สาเหตุเกิดจากการที่เซลล์บวมน้ำ 
อาการบวมน้ำอันตรายที่เกิดขึ้นจากภาวะ water intoxication เนื่องมาจากการที่เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายเกิดภาวะบวมน้ำ ซึ่งเมื่อรุนแรงมากขึ้นจะทำให้เกิดการตายของเซลล์ แม้ว่าร่างกายจะพยายามแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล แต่ถ้าไม่สำเร็จก็จะเกิดความเสียหายในระดับเซลล์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

โดยปกติแล้ว ไตสามารถกรองน้ำได้วันละประมาณ 15 ลิตร ดังนั้นโอกาสที่จะเกิด water intoxication จึงมีน้อยมาก ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่ผิดปกติ หรืออาจจะเรียกว่าผิดธรรมชาติ เท่านั้น

 

  1. ภาวะ water intoxication พบได้บ่อยที่สุดในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน โดยที่เด็กดื่มน้ำปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายจะปรับสมดุลได้ หรืออาจเกิดขึ้นในกรณีชงนมที่เจือจางมากเกินไปจนเกิดความผิดปกติของสมดุลสารน้ำในร่างกายเด็ก
  2. ภาวะ water intoxication อาจเกิดขึ้นกับนักกีฬาได้ โดยที่เมื่อนักกีฬาออกแรงมากๆเสียเหงื่อไป จะส่งผลให้โซเดียมในร่างกายอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ ถ้าหากยิ่งดื่มน้ำเปล่าเข้าไป ก็จะส่งผลให้โซเดียมที่มีอยู่น้อยในเลือดนั้นยิ่งเจือจางเข้าไปอีก
  3. คนปกติอาจเกิดภาวะ water intoxication ได้ ถ้าร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ (dehydrated) แล้วไปดื่มน้ำเปล่าโดยไม่มีสารเกลือแร่หรืออิเลคโตรลัยท์ร่วมอยู่ด้วย

    อาการของภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ   

    ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ในรายที่รุนแรงหรือได้รับการแก้ไขไม่ทันจะถึงขั้นหมดสติ โคม่า และเสียชีวิตได้ อาการผิดปกติที่เกิดจากภาวะสารน้ำในร่างกายมากผิดปกติจนเกิดเป็นพิษ หรือ water intoxication จะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับการจมน้ำ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ปอดบวมน้ำ สมองบวม มีอาการเหมือนเมาสุรา บางรายอาจชักได้

     

     

     

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply