Holistic Health Reviews

การวินิจฉัยร่างกายแบบองค์รวม

การวินิจฉัยร่างกายแบบองค์รวม
(ระบบธาตุ 4 สุริยะจักรราศี และถอดรหัสกรรม)

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เป็นการหาแนวทางในการดูแล ป้องกัน และบำรุงร่างกายเพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย ซึ่งมีการวินิจฉัยด้วยองค์ความรู้หลากหลายแขนงวิชา การตรวจวินิจฉัยปัญหาสุขภาพด้วยระบบธาตุ สุริยะจักรราศี และรหัสกรรม ก็เป็นการผสมผสานขององค์ความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนไทยโบราณ โหราศาสตร์การแพทย์ และไทยเวชศาสตร์ เพื่อหาอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย ตลอดจนความเสี่ยงต่อการเกิดโรคของบุคคลนั้น ๆ โดยอาศัยวัน วันที่ เดือน ปี เวลาและสถานที่เกิด เพื่อนำมาคำนวณหาธาตุกำเนิด ธาตุเจ้าเรือน ราศี ลัคนา และกรรม ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายบุคคลนั้น อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บุคคลที่เกิด ณ ช่วงนั้นมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคหรือปัญหาสุขภาพมากกว่าบุคคลที่เกิดช่วงอื่น เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพ เพื่อไขปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุดที่สุด

การวิเคราะห์แบบองค์รวมทั้ง 3 ระบบนี้ เป็นการวินิจฉัยหาสาเหตุของการเจ็บป่วยของร่างกายโดยอาศัยองค์ความรู้ของการแพทย์สมัยโบราณทั้งแพทย์พื้นฐาน นักดาราศาตร์ นักปราชย์ เนื่องจากในสมัยก่อนไม่ได้มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเท่าปัจจุบัน การตรวจวินิจฉัยโรคจึงเป็นไปได้อย่าง ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล

ระบบธาตุ 4 กับสุขภาพมนุษย์สัมพันธ์กันอย่างไร

4 elements

4 elements

จากทฤษฎีการแพทย์แผนไทย การเกิดปัญหาการเจ็บป่วยของร่างกายมนุษย์มิได้เกิดจากเชื้อโรคแต่เพียงอย่างเดียว ยังมีทฤษฎีของความสมดุลของธาตุทั้ง 4 ภายในและภายนอกร่างกายอีกด้วย กล่าวว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบขึ้นจากธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุลม อยู่กันอย่างสมดุลทั้งภายในและภายนอกร่างกาย แต่ถ้าธาตุทั้ง 4 ไม่สมดุล สูงมากเกินไป น้อยมากเกินไป หรือผันแปรเปลี่ยนแปลงจนกำหนดไม่ได้ จะก่อให้เกิดการเจ็บป่วยทั้งทางอารมณ์ ร่างกายของมนุษย์

โดย

ธาตุดินในร่างกาย มี 20 ประการ เช่น กระดูก หัวใจ กล้ามเนื้อ ไต ตับ เป็นต้น

ธาตุน้ำ มี 12 ประการ เช่น น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำลาย เป็นต้น

ธาตุไฟ มี 4 ประการ เช่น พลังงานที่เผาผลาญอาหาร ความร้อนที่ให้ร่างกายอบอุ่น เป็นต้น  และ

ธาตุลม มี 6 ประการ เช่น ลมหายใจ เข้า ออก ลมพัดขึ้นด้านบนร่างกาย ลมในลำไส้ เป็นต้น

มนุษย์ทุกชีวิตถูกกำหนดตั้งแต่ ณ วินาทีแรกที่เกิดการปฏิสนธิในครรภ์มารดาเลยที่เดียวว่า จะมีธาตุที่โดดเด่น และทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของธาตุนั้นในร่างกายได้มากที่สุด เรียกธาตุนั้นว่า ธาตุกำเนิด แต่เมื่อเราคลอดออกมาจากครรภ์มารดา จนกระทั่งอายุ 6 ขวบปี    เริ่มมีอิทธิพลจากธาตุภายนอก (สิ่งแวดล้อม) มา กระทบต่อธาตุภายในร่างกาย   ทำให้เรามีโอกาสเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของธาตุนั้น เรียกธาตุนั้นว่า ธาตุเจ้าเรือน ดังนั้น การวินิจฉัยหรือค้นหา ธาตุกำเนิด และธาตุเจ้าเรือนของตนเอง เป็นหาค้นหาจุดอ่อนของร่างกาย ตลอดจนปัญหาสุขภาพที่มีโอกาสเกิดกับร่างกายเรา

การวินิจฉัยด้วยระบบธาตุ 4 จึงเป็นการวินิจฉัยหาธาตุกำเนิด และธาตุเจ้าเรือน โดยพิจารณาจาก วัน เดือน ปี และสถานที่เกิด ซึ่งควรเป็นวันเดือนปีเกิดที่ถูกต้อง แต่ถ้าบางคนไม่ทราบวันเกิดที่ถูกต้อง แต่อย่างน้อยของให้เดือน หรือปีเกิดตรงตามความเป็นจริง เพื่อให้การวินิจฉัยใกล้เคียงและมีความแม่นยำมากที่สุด

ระบบสุริยะจักรราศีกับสุขภาพมนุษย์สัมพันธ์กันอย่างไร
จากทฤษฎีดาราศาสตร์ หรือโหราศาสตร์การแพทย์ มนุษย์เป็นหน่วยเล็ก ๆ หน่วยหนึ่งของจักรวาล การเปลี่ยนแปลงหรือการเคลื่อนที่หรือโคจรของดวงดาว ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ต่างส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศของโลก และระบบในร่างกายมนุษย์ ทั้งสภาพร่างกาย และสภาพจิตใจ
สามารถบอกถึงสภาพทางร่างกาย และจิตใจ ของแต่ละคนซึ่งเกิดต่าง วัน เดือน ปี เวลา และสถานที่ ณ ละติจูด ลองติจูดที่พิกันต่างกันได้ ว่าคนนคนนั้นมีสุขภาพเป็นเช่นไร มีจุดอ่อนอยุ่ตรงไหนบ้าง มีอุปนิสัยใจคอเป็นเช่นไร และควรจะดูแล แก้ไข เพื่อบำรุงรักาสุขภาพตัวเองอย่างไรได้บ้าง โดยพิจารณาจากราศีเกิด ความหมายของดาว และตำแหน่งของดาว เป็นต้น

จุดอ่อนของแต่ละราศีได้อย่างไร สิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะต้องรู้จักกันก็คือ เรื่องของกายวิภาคจักรราศี ซึ่งทางโหราศาสตร์ ก็ได้มีการจัดให้แต่ละราศี มีความหมายครอบครองอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจนครบทั้ง 12 ราศี โดยเริ่มต้นตั้งแต่

ราศีเมษ ซึ่งเป็นราศีต้นกำเนิดของร่างกาย แทนอวัยวะตั้งแต่ส่วนศีรษะ ใบหน้า ตา หู จมูก แล้วไล่ตามวงกลมทวนเข็มนาฬิกาลงมาเป็น

ราศีพฤษภ แทน คอ และต่อมต่าง ๆ

ราศีเมถุน แทน แขน ไหล่ ปอด

ราศีกรกฏ แทน หน้าอก เต้านม

ราศีสิงห์ แทนหัวใจ กระดูกสันหลัง

ราศีกันย์ แทนท้อง ลำไส้ ม้าม

ราศีตุล แทน ท้องน้อย ไต

ราศีพิจิก แทน อวัยวะเพศ รูทวาร

ราศีธนู แทนต้นขา สะโพก

ราศีมังกร แทนหัวเข่า

ราศีกุมภ์ แทนน่อง และ

ราศีมีน แทนข้อเท้า และปลายเท้า

การวินิจฉัยด้วยระบบสุริยะจักรราศี จึงเป็นการวินิจฉัยหาสภาพทางร่างกาย และจิตใจ ดูว่าคนคนนั้นมีสุขภาพเป็นเช่นไร มีจุดอ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง และควรจะดูแลแก้ไข เพื่อบำรุงรักษาสุขภาพอย่างไร โดยพิจารณาจากวัน วันที่ เดือน ปี เวลา และสถานที่ เกิด เพื่อหาลองติจูด ละติจูด และพิกัดว่าตรงราศีใด มีตำแหน่งของดาวใด มีความหมายว่าอย่างไร และส่งผลอะไรต่อร่างกาย

อิทธิพลของดวงดาวส่งผลกระทบต่อธาตุทั้ง 4 กับการเกิดโรคในแพทย์แผนไทย
ในฐานะที่เป็นคนไทย ก็อยากจะกล่าวเน้นถึงศาสตร์แห่งการแพทย์แผนไทยอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของเราแต่โบราณกันมากเป็นพิเศษ ซึ่งหากใครได้เคยศึกษาวิชานี้มาบ้างก็คงพอทราบกันดีว่า ในทัศนะของการแพทย์แผนไทย หาได้มองว่าโรคภัยไข้เจ็บนั้นเกิดจากเชื้อโรคแต่เพียงอย่างเดียวไม่ ทว่ามีสาเหตุจากสมุฎฐาน 4 ประการ อันได้แก่ ธาตุสมุนฐาน หรือที่เรารู้จักกันว่า ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม นั่นเอง หากธาตุทั้ง 4 ขาดความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นธาตุภายในตัวเองหรือธาตุภายนอก  คือสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็จะนำไปสู่โรคภัยได้ อิทธิพลของเรื่องอายุที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย หรืออายุสมุนฐาน ก็เป็นอีกปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคได้ เช่น วัยเด็กจะเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ วัยกลางคนเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ และวัยชราเจ็บป่วยด้วยธาตุลม

และก็ยังมีเรื่องของถิ่นที่อยู่อาศัย และพฤติกรรมอันเป็นมูลเหตุก่อโรค ที่สำคัญแพทย์แผนไทยยังมองว่า โรคภัยไข้เจ็บนั้นมีสาเหตุมาจากอุตุสมุฎฐาน หมายถึง อิทธิพลของฤดูกาลต่าง ๆ ด้วย เช่น ในฤดูร้อนคนมักเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟ ฤดูฝนเจ็บป่วยด้วยธาตุลม ฤดูหนาวเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ

อีกทั้งยังมีอิทธิพลของกาลเวลา หรือกาลสมุนฐาน ซึ่งก็เกิดจากพลังแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตลอด 24 ชั่วโมง โดยตามหลักแพทย์แผนไทยสรุปไว้ว่า ในช่วง 6.00 – 10.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. ธาตุน้ำกระทำโทษ มักก่อให้เกิดอาการน้ำมูกไหลหรือท้องเสีย ช่วง 10.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 2.00 น. ธาตุไฟกระทำโทษทำให้มีอาการไข้ หรือปวดแสบท้อง ส่วนช่วง 14.00 – 18.00 น. และ 2.00 -6.00 น. ธาตุลมกระทำโทษ ทำให้มีอาการวิงเวียน ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย หรือเป็นลมได้ เป็นต้น

ระบบถอดรหัสกรรมกับสุขภาพมนุษย์สัมพันธ์กันอย่างไร
ทำอะไรไว้ ก็ได้รับอย่างนั้น คือกล่าวนี้ ตามแง่ของพุทธศาสนา มีความหมายว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นก็สนอง เราคงเคยได้ยิน หรือเคยคิดว่า ทำไมเราถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมเราต้องเป็นมะเร็งด้วย ทำไมเราเกิดมาขาขาด แขนขาด ไม่เหมือนคนอื่นเขา ถ้ามาพูดให้พระหรือพุทธศาสนิกชนได้ยิน เราคงได้ฟังคำตอบที่ว่า ก็เพราะกรรมไงล่ะ ชาติก่อนหรือชาตินี้ เราคงเคยไปเบียดเบียน ทำลายผู้อื่นทำให้เราต้องเป็นแบบนี้
ถ้าเราจะกล่าวถึงทฤษฏีกรรมแบบง่าย ๆ คือ สิ่งมีชีวิตถูกกำหนดโดยผลกรรม หรือกล่าวได้ว่า คุณถูกกำหนดตั้งแต่แรกแล้ว่าต้องเกิดมาเป็นมนุษย์ หรือเป็นสัตว์ ต้องเกิดมามีหน้าตา ร่างกาย และปัญหาสุขภาพแบบนี้ หรือต้องมีชะตากรรมแบบนี้ กรรมได้กำหนดมาตั้งแต่วิญญาณคุณจุติในร่างกายนี้แล้ว ว่าร่างกายที่มีดวงวิญญาณนี้จะต้องมีชะตากรรมอย่างไร กรรมจะกำหนดเป็นรหัสพื้นฐานเป็นร่องรอยทิ้งไว้ให้เราค้นหาและแก้ไขมัน ดังนั้น ถึงเราจะถูกกำหนดไว้ด้วยรหัสกรรม แต่ถ้าเราเรียนรู้ที่จะถอดรหัสมันและแก้ไข ปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่คงไม่สามารถลบมันออกได้ เพราะรหัสที่เกิดขึ้นนั้นเรียกว่าเป็นรหัสพื้นฐานที่จะสลายไปก็ต่อเมื่อวิญญาณเราสลายไป หรือหลุดพ้นไปจากวัฎจักรนี้ หรือเข้านิพพานไปนั้นเอง แต่เราสามารถปรับปรุงได้โดยใช้หลักการบริหารกรรม ให้กรรมใหม่แสดงผลอย่างต่อเนื่องก่อนกรรมเก่าแสดงผลนั้นเอง

การวินิจฉัยด้วยระบบถอดรหัสกรรมนั้น เป็นการวินิจฉัยในแง่ของสถิติที่บันทึกไว้โดยอาศัยการคำนวณด้วยเลขฐาน 7 ตามหลักโหราศาสตร์การแพทย์ และอาศัยการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องการถอดรหัสจากครูบาอาจารย์ที่เมตตาหลาย ๆ ท่าน เพื่อให้ใช้เป็นการทำทานบารมีในการบอกเตือนและไขปัญหาสุขภาพให้แก่ผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องของกฏแห่งกรรม

โดยพิจารณาจากวัน วันที่ เดือน ปีนักษตรที่เกิดนั้นเอง และเพื่อให้การวิเคราะห์ถอดรหัสนี้เป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด จำเป็นที่ผู้วิเคราะห์ถอดรหัสต้องทำไหว้ครูก่อนวิเคราะห์ทุกครั้ง

ซึ่งใครสนใจให้ผู้เชี่ยวชาญลองวิเคราะห์สามารถให้ข้อมูล ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด ปีนักษัตร์ไว้ได้ ในคอมเมนต์

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หรือธรรมชาติบำบัด แนะนำเวปไซด์ บ้านรักษ์สุขภาพ

You can leave a response, or trackback from your own site.

6 Responses to “การวินิจฉัยร่างกายแบบองค์รวม”

  1. ธนภรณ์ เพลินสุขดี says:

    วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ 2514 (วันจันทร์ เดือนอ้าย ปีจอ)

  2. admin says:

    คุณธนภรณ์ เกิดวันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2514 ปีกุล มีราศีธนู ธาตุกำเนิดเป็นธาตุดิน แต่ดินพิการ และเจือด้วยธาตุไฟ

    อาการเจ็บป่วยจะเกิดจากภาวะความเครียด และอารมณ์ที่เก็บกด ควรหาวิธีการออกกำลังกาย หรือการทำสมาธิ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค ซึ่งถ้าปวดแล้วจะเจ็บหนักมาก โรคที่ควรระวังคือ

    โรคหัวใจ โรคตับ และโรคกระเพาะ โดยเพราะปัญหาเกี่ยวกับก้อนเนื้อ และมีจุดอ่อนที่บริเวณต้นขา สะโพก ไม่ควรปล่อยให้อ้วน หรือน้ำหนักมากเกิน

    ควรทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร โดยเฉพาะการปล่อยชีวิต หรือช่วยต่อชีวิตสัตว์ หรือเด็ก

  3. วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2518 เวลา 9.07 น.ปีขาล

    ผลการวิเคราะห์ของคุณอรสุชา

    เป็นผู้ที่มีธาตุกำเนิดเป็นธาตุไฟ ธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุลม และมีแนวโน้มของลมพิการ ส่งผลกระทบต่อภาวะจิตใจ อารมณ์ และสุขภาพร่างกาย ไม่แน่นอน เรียกว่ามักจะเจ็บป่วยด้วย อาโปเจ้าสมุฏฐานพิการ คูณเสมหะระคน คือ มีอาการปวดเมื่อยตามตัว เป็นหวัด ภูมิแพ้ บ่อย ๆ น้ำเหลืองไม่ดี ท้องผูก มือเท้าเย็น ขี้ร้อน ขี้หนาว อวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกายคือ อวัยวะสืบพันธุ์ และมดลูก ควรงดอาหารที่มีไขมันสูง ๆ ควรไปตรวจภายในทุกปี เมื่ออายุมากขึ้น ให้ระวังหัวเข่า โรคกระดูก หรือข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น

  4. อรสา says:

    1. วันอังคารที่13 เม.ย. 2519 ปีมะโรง
    2. วันศุกร์ที่ 24 ก.ย.2519 ปีมะโรง

    การวิเคราะห์ได้ผลดังนี้
    1. คุณผู้ที่เกิดวันอังคาร์ 13 เม.ย. 2519 ปีมะโรง มีธาตุกำเนิดเป็นธาตุลม ธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุไฟ แต่มีแนวโน้มของธาตุไฟกำเริบ ส่งผลให้ ปัถวีเจ้าสมุฏฐานกำเริบ หทัยวัตถุระคน อวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย ได้แก่ หัวใจ ตับ ตับอ่อน และระบบขับถ่าย ให้ระวังเรื่องความเครียด อาหารที่รับประทาน ปัญหาท้องผูก ไมเกรจ ปวดหัว โดยเฉพาะในส่วนของอวัยวะในช่องท้อง หากเป็นผู้หญิง ให้ระวังเรื่องมดลูก รังไข่ หากเป็นผู้ชาย ให้ระวังเรื่องระบบของไต และอวัยวะสืบพันธุ์

    2. คุณผู้ที่เกิดวันศุกร์ 24 ก.ย. 2519 ปีมะโรง มีธาตุกำเนิดเป็นธาตุน้ำ ธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุดิน แต่มีแนวโน้มของดินหย่อน ส่งผลให้ วาโยเจ้าสมุฏฐานหย่อน สัตถวาตะระคน อวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย ได้แก่ ไต ตับ และระบบการไหลเวียนโลหิต ให้ระวังเรื่องของอาหาร และอุบัติเหตุ ปัญหาเรื่องอาหารไม่ย่อย ท้องผูก ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ปวดเข่า ข้อ โดยเฉพาะเข่า กับหัวใจ หากเป็นผู้หญิง ในระวังเรื่องน้ำหนักตัว อย่าปล่อยให้อ้วน หากเป็นผู้ชายให้ระวังเรื่องโรคเกาต์ การดื่มสุรา สูบบุหรี่ จะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพมากขึ้น

  5. วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2516 เวลา 9.00 น. ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 2

    บุคคลท่านนี้ มีธาตุกำเนิดเป็นธาตุไฟ ธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุดิน และเจือด้วยดินพิการ หากบุคคลนี้เจ็บป่วยจะเป็นมาก สาเหตุมักเกิดจากความเครียด ท่านอาหารไม่ตรงเวลา หรืออาหารเป็นพิษ ต้องระวังเรื่องของโรคหัวใจ เส้นเลือดในสมอง และโรคปอด และมีความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต แนะนำให้นั่งสมาธิ และแผ่ส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร งดการฆ่าสัตว์ทุกชนิด

    วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2511 ปีวอก
    บุคคลท่านนี้ มีธาตุกำเนิดเป็นธาตุลม ธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุไฟ และเจือด้วยดินกำเริบ บุคคลนี้มักมีอาการปวดเมื่อยร่างกายบ่อย ตับอ่อนแอ ให้ระวังเรื่องโรคเบาหวาน อาการปวดเรื้อรัง อาหารไม่ย่อย โรคกระดูก กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ ระวังเรื่องเข่า เป็นพิเศษ และให้ระวังเรื่องอาหารการกิน ไม่ควรทานของมัน ของเผ็ดจัด เป็นต้น เพราะจะทำให้เจ็บป่วย

    วันพฤหัสบดี 8 กุมภาพันธ์ 2550
    บุคคลท่านนี้ มีธาตุกำเนิดเป็นธาตุไฟ ธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุดิน เจือด้วยลมพิการ มักมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย และระบบการหายใจ การไหลเวียนของระบบเลือด และน้ำเหลืองไม่ดี ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน มั่นให้ออกกำลังกายเป็นประจำ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ไม่ควรบ่อยให้อ้วนเด็ดขาด เพราะจะก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย ๆ ระบบลำไส้มีปัญหามาก แนะนำให้ออกกำลังกายทุกวัน และไม่ควรทำงานแบบนั่งอยู่กับที เพราะระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดีมาก ๆ

  6. กนก says:

    1. จันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2537 เกิดตอน 20.58 น.
    ล่ะคะ
    ผลการวิเคราะห์ คุณมีธาตุกำเนิด เป็นธาตุไฟ ธาตุปัจจุบันเป็นธาตุดิน แต่เจือด้วยดินพิการ ให้ระมัดระวังเรื่องของความเครียดสะสม พยายามฝึกฝนเรื่องสมาธิ และหัดปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ อย่าเก็บเอามาคิดมาก และระมัดระวังเรื่องกิน อย่าปล่อยให้น้ำหนักตัวมาก จะมีปัญหาเรื่องข้อ กระดูก หัวเข่า และโรคหัวใจ ความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคเบาหวาน โรคกระดูกพรุน

    2.แล้วก็ วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2529 ล่ะคะ

    ผลการวิเคราะห์ คุณมีธาตุกำเนิด เป็นธาตุไฟ ธาตุปัจจุบันเป็นธาตุดิน แต่เจือด้วยลมพิการ ให้ระมัดระวังเรื่องของอารมณ์ ความไม่มั่นคงของภาวะจิตใจ คุณมักมีปัญหาเรื่องลมในกระเพาะอาหาร ในลำไส้ ปวดเมื่อยเป็นประจำ มีความเสื่ยงต่อโรคก้อนเนื้อ มะเร็งในระบบสืบพันธุ์ และจะพบปัญหาเรื่องข้อเข่า ข้อเท้า หลีกเลี่ยงการทานรสเค็ม รสเผ็ด รสเปรี้ยว หรือรสจัดต่าง ๆ
    ขอบพระคุณล่วงหน้าเป็นอย่างสูงนะคะ

Leave a Reply