Holistic Health Reviews

ไทยสเตมไลฟ์โชว์ห้องปฏิบัติการ สเต็มเซลล์รักษาแผลเบาหวาน

sick1
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่เซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ และ ดร.คอสตาส ปาปาโดพูลอส ประธานบริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด แถลงข่าว “การพัฒนาสเต็มเซลล์เพื่อใช้ในการรักษาโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานในระดับนำร่อง” พร้อมทั้งนำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ

นายศุภชัยกล่าวว่า สนช.ร่วมกับ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และบริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด ทำโครงการวิจัยเพื่อรักษาโรคแทรกซ้อนในระบบเส้นเลือดของผู้ป่วยเบาหวานด้วยสเต็มเซลล์ โดยนำร่องในผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 30 ราย ที่มีแผลเรื้อรังบริเวณฝ่าเท้าและไม่สามารถรักษาบาดแผลให้หายขาดจนต้องตัดขาทิ้ง โดย สนช.ให้งบประมาณราว สเต็มเซลล์3,000,000 บาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการนำสเต็มเซลล์ที่ได้มาจากเลือดของผู้ป่วยเอง จึงไม่มีปัญหาด้านจริยธรรม และผ่านคณะกรรมการพิจารณาการรักษาพยาบาลและจริยธรรมทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว

ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัยกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 10 โดยพบว่าร้อยละ 4-5 มีแผลเรื้อรังที่เท้าและต้องถูกตัดขาทิ้ง เพราะไม่สามารถรักษาให้หายได้ จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตัดขา 40,000 คนต่อปี และเสียค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและการดูแลแผลเฉลี่ย 1,000,000 บาท

แต่หากรักษาโดยการใช้สเต็มเซลล์จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 200,000 -300,000 บาท ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 32,000 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ป่วยเบาหวานมารักษาด้วยเต็มเซลล์ประมาณ 3-4 ราย ซึ่งผลของการรักษาได้ผลดีถึงร้อยละ 70-80 สำหรับการรักษาแพทย์จะนำสเต็มเซลล์ที่ได้จากเลือดของผู้ป่วย มาฉีดเข้าไปบริเวณเส้นเลือดใหญ่ หรือฉีดรอบๆ บาดแผล รวมถึงบริเวณใกล้เคียงเพื่อสร้างเส้นเลือดเข้าหล่อเลี้ยงและซ่อมแซมบริเวณบาดแผล

“ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ จากเดิมแผลของผู้ป่วยมีขนาดกว้างถึง 4.5 เซนติเมตร แต่เมื่อฉีดสเต็มเซลล์เข้าไปหลังจาก 2 อาทิตย์ พบว่าแผลดีขึ้นและมีขนาดเล็กลงเหลือเพียง 3.1 เซนติเมตร แต่ผลดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า สเต็มเซลล์รักษาแผลเบาหวานได้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ เพราะจำนวนผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีนี้ยังน้อย แต่หากต่อไปมีถึง 100 ราย และผลลัพธ์ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ จะสามารถยืนยันได้มากกว่านี้” ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัยกล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10517

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply