Posts Tagged ‘ออกกำลังกาย’

‘ปรับอาหาร-ออกกำลัง-ล้างพิษ’ เยียวยาอาการภูมิแพ้ง่ายๆ ด้วยตนเอง

“ฮัดเช้ย…ค้อกแค้ก ค้อกแค้ก” กิริยาการจามและไอ อันเนื่องมาจากอาการของโรคภูมิแพ้ ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้คงซาบซึ้งดีกับความน่ารำคาญทั้งหลายแหล่ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นอาการคัดจมูก หายใจไม่ออก เสมหะเหนียวเต็มคอ คันยุบยิบในโพรงทางเดินหายใจ และถ้าเป็นมากๆ อาการคันอาจจะลามไปถึงดวงตา และผิวหนังส่วนอื่นๆ ด้วย
และถ้าหากผู้ป่วยภูมิแพ้ไม่พบแพทย์และดูแลตัวเองอย่างจริงจังแล้ว โรคอาจจะพัฒนาไปจนเพิ่มอาการหอบ หืด หรือแพ้มากขึ้นตามไปอีก
พญ.ลลิตา ธีระสิริ แห่งศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี ผู้เชี่ยวชาญการบำบัดอาการภูมิแพ้แบบไม่ใช้ยาด้วยการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงสถานการณ์และจำนวนที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้และการดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ที่จะช่วยเยียวยาอาการภูมิแพ้ให้น้อยลงด้วยตัวเองว่า จากข้อมูลล่าสุดที่เคยมีผู้เก็บสถิติไว้ในปี พ.ศ.2538 พบว่ามีคนไทยที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้และไปพบแพทย์ทั้งหมด 13 ล้านคน ไม่นับผู้ที่ซื้อยากินเองตามอาการและผู้ที่ทนโดยไม่ไปพบแพทย์และไม่ซื้อยากินเองซึ่งมีอีกจำนวนไม่น้อย
“ปีที่แล้วโรงพยาบาลศิริราชออกมาให้ข้อมูลว่าจะมีผู้ป่วยเด็กโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึงปีละ 60,000 ราย ถามว่าทำไมเราจึงพบเด็กที่ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ตั้งแต่ยังเด็กๆ คำตอบก็คือ เด็กจะเริ่มเป็นโรคภูมิแพ้หลังจากเลิกกินนมแม่และหันมากินนมวัว รวมถึงอาหารอย่างอื่น ซึ่งเหล่านี้อาจจะมีสารอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำให้แพ้ได้”
พญ.ลลิตา อธิบายอาการของโรคภูมิแพ้ ว่า ผู้ป่วยจะมีอาการคันมากในคอ คันตา และคันผิวหนัง น้ำมูกไหล หายใจไม่ออก ไม่ได้กลิ่น จมูกตัน ปวดหนักศีรษะ ไอ น้ำตาไหล นอนกรน ซึ่งแม้ว่าผู้ป่วยบางรายอาจจะหายไปเองเมื่อโตขึ้น แต่ก็มีประมาณ 30% ที่ไม่หายและต้องทุกข์ทรมานด้วยอาการนี้ไปตลอดชีวิต และที่สำคัญคือ หากเลือกที่จะรักษาโรคนี้ด้วยยาแผนปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นยาสเตียรอยด์นั้น ก็จำเป็นจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต [...]

เบาหวานกับโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง

เบาหวานกับโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง
โรคแทรกซ้อนเรื้อรังที่เกิดจากเบาหวาน เป็นอาการที่มักจะเกิดกับคนที่เป็นเบาหวานมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยสนใจในการดูแลตัวเองเท่าที่ควร เช่น อาจปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ไม่ยอมออกกำลังกาย สูบบุหรี่ หรือปล่อยให้ตัวเองอ้วน เป็นต้น เรามาดูกันดีกว่าว่า โรคแทรกซ้อนเรื้อรังที่เกิดจากเบาหวานมีอะไรบ้าง

โรคแทรกซ้อนที่หลอดเลือดใหญ่

ปกติแล้วอวัยวะต่างๆในร่างกายของเรา จะได้รับสารอาหาร กลูโคส ออกซิเจน จากเลือดที่ไปเลี้ยงทั่วร่างกาย เมื่อหลอดเลือดตีบ จะทำให้เลือดไหลเวียนช้า และทำให้อวัยวะนั้นๆ เสื่อมเร็วขึ้น การตีบของหลอดเลือดใหญ่ เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากผิดปกติ โดยมากจะเกิดในผู้สูงอายุ แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ถึงแม้จะอายุไม่มากมีความเสี่ยงเช่นกัน ซึ่งอาการหลอดเลือดใหญ่ตีบเนื่องจากเบาหวานนี้ ทำให้เกิดโรคตามมามากมาย เช่น
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หากผู้ป่วยเบาหวานมีอาการตีบแข็งที่หลอดเลือดหัวใจ จะทำให้รู้สึกเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนั่นเอง หากไม่รีบรักษา อาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจวาย และเสียชีวิตได้ 
  • โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดอุดตัน จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงมาก ต่อการเป็นอัมพฤกษ์หรือเป็นอัมพาตครึ่งซีกในอนาคต    • โรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะหลอดเลือดใหญ่ตีบ มักจะมีความดันโลหิตที่สูงมากร่วมด้วย ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจทำให้หลอดเลือดสมองแตก เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้  
  • โรคหลอดเลือดตีบที่เท้า เมื่อเบาหวานลงเท้า จะทำให้คนเป็นเบาหวานมีอาการปวดน่อง ในบางรายที่มีอาการอุดตันของหลอดเลือดขั้นรุนแรง อาจส่งผลให้ถึงเวลาเป็นแผลที่เท้าแล้วไม่รู้สึก [...]

กายบริหารส่วนขาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวาน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงข้อบกพร่องของระบบหมุนเวียนเลือดของขาและเท้า โดยการออกกำลังกายเป็นประจำและการอดบุหรี่ ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
อย่าลืม! เดินหรือออกกำลังกายทุกวัน เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น
1. การเดิน ควรเดินวันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง และพยายามเพิ่มระยะทางเดินทีละน้อยทุกวัน
 
 
 
 
 
 
 
 
2. การเดินขึ้นบันได เดินขึ้นบันไดในลักษณะก้าวเขย่ง
 
 
 
 
 
 
 
 
3. การเหยียดกล้ามเนื้อน่องยืนโน้มตัวไปข้างหน้า โดยใช้มือเกาะผนังไว้ ยืนเท้าห่างกันเล็กน้อยให้ส้นเท้าอยู่บนพื้น พับแขนและเหยียดแขน 10 ครั้ง โดยให้หลังและขาอยู่ในแนวตรงตลอดเวลา
 
 
 
 
 
 
 
 
4. นั่งเก้าอี้กอดอก นั่งเก้าอี้ และลุกขึ้น-ลง 10 ครั้ง
 
 
 
 
 
 
 
 
5. บริหารปลายเท้ายืนเอามือเกาะเก้าอี้ เดินย่ำอยู่กับที่ โดยยกส้นเท้าขึ้น-ลง และให้ปลายเท้าแตะพื้นตลอดเวลา
 
 
 
 
 
 
 
 
6. งอเข่าลุกขึ้นและลง 10 ครั้ง โดยใช้มือเกาะเก้าอี้ และให้หลังตรงตลอดเวลา
 
 
 
 
 
 
 
7. เขย่งส้นเท้ายกส้นเท้าขึ้นลง ประมาณ 20 ครั้ง พยายามลงน้ำหนักตัวที่ปลายเท้าข้างใดข้างหนึ่งก่อนแล้วเปลี่ยนไปอีกข้างหนึ่ง

 
 
 
 
8. แกว่งขายืนลง น้ำหนักตัวบนขาข้างหนึ่งใช้มือเกาะเก้าอี้หรือโต๊ะ แกว่งเท้าอีกข้างประมาณ 10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้างทำเหมือนกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
9. สะบัดเท้านั่งบนพื้น โน้มตัวไปข้างหลัง สะบัดเท้า  2 ข้างไปมาหลายๆ ครั้ง
 
 
 
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก ด็อกเตอร์คลิก
ศูนย์รวบรวมความรู้เกี่ยวกับ – โรคเบาหวาน 

ความรู้ทั่วไป – [...]