<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Healthy - Look 4 Thailand &#187; โรคเบาหวาน</title>
	<atom:link href="http://www.look4thailand.com/healthy/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.look4thailand.com/healthy</link>
	<description>Look for Wellness of Secret of Life (Body, Mind, Spirit)</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 Mar 2011 11:17:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กิจกรรมโรคเบาหวาน</title>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/news-and-activity/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.look4thailand.com/healthy/news-and-activity/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2009 07:59:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health News]]></category>
		<category><![CDATA[วันเบาหวานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.look4thailand.com/healthy/?p=2099</guid>
		<description><![CDATA[




เนื่องจาก เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก รพ.วิภาวดี 



จัดกิจกรรม   “ทำความเข้าใจและควบคุมโรคเบาหวาน (Understand Diabetes and Take Control )” 




ในวันที่ 13-14 พ.ย.52  ตั้งแต่เวลา 09.00–15.00น. ณ บริเวณหน้าบันไดเลื่อนชั้น G 
 



พบกับ

*โปรโมชั่น โปรแกรมตรวจสุขภาพคัดกรองเบาหวาน 2 ชุด
 1.โปรแกรมคัดกรองเบาหวานชุดที่ 1  ราคา  960 บาท
2.โปรแกรมคัดกรองเบาหวานชุดที่ 2 ราคา 3,290  บาท
   ตั้งแต่ 1 พ.ย. - 31 ธ.ค. 52

* Health Talk เวลา 11.00 – 12.00 น.


 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.look4thailand.com/healthy/news-and-activity/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เบาหวานกับโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง</title>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 May 2009 23:55:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[diabetes]]></category>
		<category><![CDATA[diabetic]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด กับเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระดับน้ำตาลในเลือดสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบบประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหลอดเลือดเล้ก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหลอดเลือดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคแทรกซ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคแทรกซ้อนเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.look4thailand.com/healthy/?p=1090</guid>
		<description><![CDATA[




เบาหวานกับโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง
โรคแทรกซ้อนเรื้อรังที่เกิดจากเบาหวาน เป็นอาการที่มักจะเกิดกับคนที่เป็นเบาหวานมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยสนใจในการดูแลตัวเองเท่าที่ควร เช่น อาจปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ไม่ยอมออกกำลังกาย สูบบุหรี่ หรือปล่อยให้ตัวเองอ้วน เป็นต้น เรามาดูกันดีกว่าว่า โรคแทรกซ้อนเรื้อรังที่เกิดจากเบาหวานมีอะไรบ้าง

โรคแทรกซ้อนที่หลอดเลือดใหญ่

ปกติแล้วอวัยวะต่างๆในร่างกายของเรา จะได้รับสารอาหาร กลูโคส ออกซิเจน จากเลือดที่ไปเลี้ยงทั่วร่างกาย เมื่อหลอดเลือดตีบ จะทำให้เลือดไหลเวียนช้า และทำให้อวัยวะนั้นๆ เสื่อมเร็วขึ้น การตีบของหลอดเลือดใหญ่ เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากผิดปกติ โดยมากจะเกิดในผู้สูงอายุ แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ถึงแม้จะอายุไม่มากมีความเสี่ยงเช่นกัน ซึ่งอาการหลอดเลือดใหญ่ตีบเนื่องจากเบาหวานนี้ ทำให้เกิดโรคตามมามากมาย เช่น
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หากผู้ป่วยเบาหวานมีอาการตีบแข็งที่หลอดเลือดหัวใจ จะทำให้รู้สึกเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนั่นเอง หากไม่รีบรักษา อาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจวาย และเสียชีวิตได้ 
  • โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดอุดตัน จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงมาก ต่อการเป็นอัมพฤกษ์หรือเป็นอัมพาตครึ่งซีกในอนาคต    • โรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะหลอดเลือดใหญ่ตีบ มักจะมีความดันโลหิตที่สูงมากร่วมด้วย ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจทำให้หลอดเลือดสมองแตก เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้  
  • โรคหลอดเลือดตีบที่เท้า เมื่อเบาหวานลงเท้า จะทำให้คนเป็นเบาหวานมีอาการปวดน่อง ในบางรายที่มีอาการอุดตันของหลอดเลือดขั้นรุนแรง อาจส่งผลให้ถึงเวลาเป็นแผลที่เท้าแล้วไม่รู้สึก [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไทยสเตมไลฟ์โชว์ห้องปฏิบัติการ สเต็มเซลล์รักษาแผลเบาหวาน</title>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/news-and-activity/stem-celldiabetes/</link>
		<comments>http://www.look4thailand.com/healthy/news-and-activity/stem-celldiabetes/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2009 23:51:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health News]]></category>
		<category><![CDATA[stem cell]]></category>
		<category><![CDATA[สเต็มเซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผลเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.look4thailand.com/healthy/?p=892</guid>
		<description><![CDATA[





เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่เซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ และ ดร.คอสตาส ปาปาโดพูลอส ประธานบริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด แถลงข่าว &#8220;การพัฒนาสเต็มเซลล์เพื่อใช้ในการรักษาโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานในระดับนำร่อง&#8221; พร้อมทั้งนำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ
นายศุภชัยกล่าวว่า สนช.ร่วมกับ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และบริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด ทำโครงการวิจัยเพื่อรักษาโรคแทรกซ้อนในระบบเส้นเลือดของผู้ป่วยเบาหวานด้วยสเต็มเซลล์ โดยนำร่องในผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 30 ราย ที่มีแผลเรื้อรังบริเวณฝ่าเท้าและไม่สามารถรักษาบาดแผลให้หายขาดจนต้องตัดขาทิ้ง โดย สนช.ให้งบประมาณราว 3,000,000 บาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการนำสเต็มเซลล์ที่ได้มาจากเลือดของผู้ป่วยเอง จึงไม่มีปัญหาด้านจริยธรรม และผ่านคณะกรรมการพิจารณาการรักษาพยาบาลและจริยธรรมทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว
ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัยกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 10 โดยพบว่าร้อยละ 4-5 มีแผลเรื้อรังที่เท้าและต้องถูกตัดขาทิ้ง เพราะไม่สามารถรักษาให้หายได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.look4thailand.com/healthy/news-and-activity/stem-celldiabetes/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กายบริหารส่วนขาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน</title>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 01:59:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[กายบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขา เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าออกกำลังกายของผู้ป่วยโรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวานกับการออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.look4thailand.com/healthy/?p=780</guid>
		<description><![CDATA[ผู้ป่วยเบาหวาน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงข้อบกพร่องของระบบหมุนเวียนเลือดของขาและเท้า โดยการออกกำลังกายเป็นประจำและการอดบุหรี่ ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
อย่าลืม! เดินหรือออกกำลังกายทุกวัน เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น
1. การเดิน ควรเดินวันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง และพยายามเพิ่มระยะทางเดินทีละน้อยทุกวัน
 
 
 
 
 
 
 
 
2. การเดินขึ้นบันได เดินขึ้นบันไดในลักษณะก้าวเขย่ง
 
 
 
 
 
 
 
 
3. การเหยียดกล้ามเนื้อน่องยืนโน้มตัวไปข้างหน้า โดยใช้มือเกาะผนังไว้ ยืนเท้าห่างกันเล็กน้อยให้ส้นเท้าอยู่บนพื้น พับแขนและเหยียดแขน 10 ครั้ง โดยให้หลังและขาอยู่ในแนวตรงตลอดเวลา
 
 
 
 
 
 
 
 
4. นั่งเก้าอี้กอดอก นั่งเก้าอี้ และลุกขึ้น-ลง 10 ครั้ง
 
 
 
 
 
 
 
 
5. บริหารปลายเท้ายืนเอามือเกาะเก้าอี้ เดินย่ำอยู่กับที่ โดยยกส้นเท้าขึ้น-ลง และให้ปลายเท้าแตะพื้นตลอดเวลา
 
 
 
 
 
 
 
 
6. งอเข่าลุกขึ้นและลง 10 ครั้ง โดยใช้มือเกาะเก้าอี้ และให้หลังตรงตลอดเวลา
 
 
 
 
 
 
 
7. เขย่งส้นเท้ายกส้นเท้าขึ้นลง ประมาณ 20 ครั้ง พยายามลงน้ำหนักตัวที่ปลายเท้าข้างใดข้างหนึ่งก่อนแล้วเปลี่ยนไปอีกข้างหนึ่ง

 
 
 
 
8. แกว่งขายืนลง น้ำหนักตัวบนขาข้างหนึ่งใช้มือเกาะเก้าอี้หรือโต๊ะ แกว่งเท้าอีกข้างประมาณ 10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้างทำเหมือนกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
9. สะบัดเท้านั่งบนพื้น โน้มตัวไปข้างหลัง สะบัดเท้า  2 ข้างไปมาหลายๆ ครั้ง
 
 
 
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก ด็อกเตอร์คลิก
ศูนย์รวบรวมความรู้เกี่ยวกับ &#8211; โรคเบาหวาน 


ความรู้ทั่วไป &#8211; [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เท้ากับโรคเบาหวาน</title>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2009 23:55:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.look4thailand.com/healthy/?p=640</guid>
		<description><![CDATA[
โรคเบาหวาน โรคที่รู้จักกันมากขึ้นในปัจจุบันนี้  เป็นโรคที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อาจเกิดจากการ ขาดอินซูลิน หรือการไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ในการ ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ปัจจุบันเราพบผู้ป่วย เบาหวานมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะความอ้วน และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ ไม่เหมาะสม
ความสำคัญของการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน
           การดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์เราปฏิเสธ ไม่ได้ว่า การใช้เท้าในการเดินเป็นกิจกรรมที่สำคัญ โดย เฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 4-6 ชั่วโมง ในผู้ป่วยเบาหวาน     สิ่งที่มีผลต่อการเกิดแผลที่เท้าได้แก่ การที่เส้นเลือดส่วน ปลายที่เลี้ยงขาและเท้าตีบ ในกรณีที่เป็นเบาหวาน มานานๆ ร่วมกับมีการเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้มีโอกาสเกิดแผลที่เท้าได้ง่าย และแผลเหล่านี้ สิ่งอันตรายได้แก่ การไม่รู้สึกเจ็บปวดที่แผลทำให้มี โอกาสเกิดการลุกลามและเรื้อรังของแผล นำไปสู่การ ตัดขาในที่สุด ในผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดพบว่า ร้อยละ 15 มีประสบการณ์การเกิดแผลที่เท้า และในผู้ป่วยที่มี แผลที่เท้าร้อยละ 14-24 ต้องถูกตัดขา ดังนั้นการป้องกัน การเกิดแผลที่เท้าจะช่วยลดอัตราการตัดขา ช่วยเพิ่ม คุณภาพชีวิต ลดภาระครอบครัว และลดค่าใช้จ่ายใน การรักษาพยาบาลระยะยาว
ปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน  ได้แก่



 
-
เพศชายมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง


 
-
ระยะเวลาในการเป็นเบาหวานนานกว่า 15 ปี


 
-
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี โดยจะ มีผลต่อความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการ  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชนิดของเบาหวาน</title>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2009 07:04:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[ชนิดของเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[อินซูลิน]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.look4thailand.com/healthy/?p=302</guid>
		<description><![CDATA[คำนิยามและจำกัดความของเบาหวาน
เบาหวาน เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญสารอาหาร ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากอินซูลินทำหน้าที่ และ/หรือ หลั่งลดลง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน พบว่ามีส่วนสัมพันธ์กับความเสื่อมบริเวณตา ไต เส้นประสาท หัวใจและหลอดเลือด
พยาธิสภาพหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเบาหวาน มีตั้งแต่ b -cells ของตับอ่อนถูกทำลายโดยขบวนการ autoimmune ทำให้เกิดการขาดอินซูลิน จนถึงความผิดปกติที่เป็นผลมาจากเนื้อเยื่อดื้ออินซูลิน
อาการแสดงของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ปัสสาวะมาก กระหายน้ำมาก น้ำหนักตัวลดลง บางครั้งอาจกินจุ และตาพร่า ในรายที่มีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานอาจมีความผิดปกติของการเจริญเติบโตและติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย อาการเฉียบพลันที่ทำให้เสียชีวิตซึ่งเป็นผลของเบาหวานที่พบได้คือ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับภาวะ ketoacidosis หรือกลุ่มอาการ nonketotic hyperosmolar syndrome
อาการแทรกซ้อนระยะยาวของเบาหวาน เช่น สูญเสียการมองเห็น ไตวาย เสี่ยงต่อการเกิดแผลที่เท้า และพยาธิสภาพของประสาทอัติโนมัติ ทำให้มีความบกพร่องในทางเดินอาหาร อวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ หัวใจและหลอดเลือด และสมรรถภาพทางเพศ
โรคเบาหวานแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน) มักพบในผู้ป่วยเด็กหรืออายุน้อย เบาหวานชนิดนี้ ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ จึงต้องรักษาโดยการฉีดอินซูลิน
2. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน) เป็นชนิดที่พบมากที่สุด [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เบาหวาน &#8211; อินซูลิน (insulin)</title>
		<link>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-insulin/</link>
		<comments>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-insulin/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2009 06:46:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Health Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[insulin]]></category>
		<category><![CDATA[ตับอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[อินซูลิน]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.look4thailand.com/healthy/?p=296</guid>
		<description><![CDATA[อินซูลิน คืออะไร
อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ออกฤทธิ์โดยการนำน้ำตาลจากเลือดเข้าไปในเซลล์ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน ในผู้ป่วยที่ขาดอินซูลินหรืออินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ตามปกติ (ดื้อต่ออินซูลิน) ทำให้เซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจึงเกิดโรคเบาหวาน
อินซูลิน
เป็นฮอร์โมนที่สำคัญและเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง สร้างจากกลุ่มเซลล์ภายในตับอ่อน ตับอ่อนเป็นอวัยวะภายในช่องท้องโดยอยู่ทางด้านหลังของกระเพาะอาหาร นอกจากผลิตฮอร์โมนอินซูลินแล้ว ตับอ่อนยังผลิตน้ำย่อยและฮอร์โมนชนิดอื่นอีกด้วยอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเมื่อถูกดูดซึมจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดจะกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน
ประวัติการค้นพบอินซูลิน
อินซูลิน เป็นฮอร์โมนชนิดแรกที่สังเคราะห์ขึ้นได้ ค้นพบโดย Banting และ Best ในปี 1922 ซึ่งถือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่ การศึกษาครั้งนั้นเขาได้ทำการผูกท่อภายในตับอ่อนสุนัขจำนวนมาก รอเวลาจนกระทั่งเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างน้ำย่อยในตับอ่อนสุนัขเหล่านั้นตายจนหมดสิ้นและถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันตามกลไกทางธรรมชาติ จากนั้นจึงได้นำกลุ่มเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนมาสกัด พบว่าเป็นโปรตีนโมเลกุลเล็กที่ต่อมาได้มีการศึกษาวิจัยส่วนประกอบทางเคมีเพิ่มเติมอีกมากมาย ต่อมาในปี 1955 Sanger ค้นพบโครงสร้างปฐมภูมิของอินซูลิน และได้รับรางวัลโนเบลจากผลงานดังกล่าว อินซูลินถือว่าเป็นโปรตีนชนิดแรกในโลกที่มนุษย์รู้จักลำดับของกรดอะมิโนอย่างสมบูรณ์ที่สุด
ในปี 1969 ได้มีการศึกษาโครงสร้างสามมิติของอินซูลินนำมาซึ่งการศึกษาโปรตีนชนิดอื่นๆอีกมากมาย ศาสตร์แขนงนี้ปัจจุบันเรียกว่า proteomics ซึ่งจะเป็นความท้าทายการศึกษาวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพในยุคหลังจีโนมิกส์ที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้
ตัวรับอินซูลิน
เซลล์ทั่วร่างกายมีตัวรับอินซูลินที่เยื่อหุ้มเซลล์เรียกว่า insulin receptor ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดขบวนการดึงกลูโคสจากเลือดเข้าสู่ภายในเซลล์ insulin receptor จัดเป็นสมาชิกของโปรตีนในกลุ่ม tyrosine kinase receptors
หลักการทำงานของตัวรับอินซูลิน
insulin receptor คือการเติมฟอสเฟตเข้าไปใน tyrosines ซึ่งสารเริ่มต้นกระบวนการ เรียกว่า &#8220;IRS1&#8243; หรือ &#8220;insulin receptor substrate 1&#8243; [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.look4thailand.com/healthy/health-reviews/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-insulin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

